ส่วนไอ้หน้าอ่อนซูอวี่ เพิ่งจะหย่านมเข้ามาได้ไม่กี่วันแท้ๆ อยากร่นอายุขัยตัวเองหรือไง!”
“ศึกนี้ไม่ต้องสืบ ซูอวี่โดนทุบเละเป็นโจ๊กชัวร์!”
ฝูงชนพากันถากถางและวิจารณ์อย่างเมามันส์ แววตาแต่ละคู่เต็มไปด้วยความกระหายอยากเห็นอัจฉริยะหน้าใหม่ถูกเหยียบย่ำจมดิน
และในที่สุด ภายใต้สายตาเย้ยหยันนับร้อยคู่ ซูอวี่ก็ก้าวเท้าขึ้นไปเหยียบบนสังเวียนด้วยท่วงท่าสบายๆ
สือเจียนหรี่ตาจ้องซูอวี่ ก่อนจะแค่นหัวเราะเหี้ยมเกรียม
“พ่อก็นึกว่า… แกจะปอดแหกมุดหัวหดอยู่ในรูซะแล้ว!”
ซูอวี่ยกยิ้มมุมปาก ท่าทางผ่อนคลายราวกับเมฆบางลมโชย ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่นใดๆ
“ระดับแก… ยังไม่มีปัญญาทำให้ฉันกลัวได้หรอกว่ะ!”
ประโยคเด็ดนั่นหลุดออกจากปากปุ๊บ ก็ไปกระตุกต่อมเดือดของคนดูข้างสนามเข้าอย่างจัง
“อวดดี! ไอ้เด็กเวรนี่มันอวดดีไม่เจียมกะลาหัวเกินไปแล้ว! มันไม่รู้ประสีประสาหรือไงว่ากำลังยืนจ้องหน้าใครอยู่? นั่นสือเจียนนะโว้ย!”
“เออ! ตอนแรกฉันก็แอบเวทนามันอยู่หรอก แต่พอเจอสันดานหมาๆ แบบนี้เข้าไป ฉันว่าปล่อยให้สือเจียนซ้อมมันให้รู้จักที่ต่ำที่สูงบ้างก็ดีเหมือนกัน!”
วาจาโอหังของซูอวี่สุมไฟโทสะให้ฝูงชนอย่างง่ายดาย
แม้แต่ใบหน้าของสือเจียนก็