แห่งนี้
เมื่อนึกถึงแต้มแปดร้อยคะแนนที่กำลังจะหล่นทับ รอยยิ้มของซูอวี่ก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ในระหว่างที่กำลังครุ่นคิด ชายหนุ่มก็ก้าวพ้นประตูใหญ่ของค่ายออกมาเป็นที่เรียบร้อย
เขาเปิดหน้าจอแผนที่ขึ้นมาตรวจสอบ ตำแหน่งของเมืองอวิ๋นอยู่ห่างจากค่ายอัจฉริยะไม่ไกลนัก กินระยะทางเพียงร้อยกิโลเมตร ด้วยความเร็วของนักสู้ขอบเขตหลอมโลหิต ใช้เวลาเต็มที่แค่ครึ่งวันก็ถึงที่หมาย
ทันทีที่กำหนดทิศทางแน่ชัด ร่างของซูอวี่ก็พุ่งทะยานแหวกอากาศ ตรงดิ่งสู่เมืองอวิ๋นทันที!
……
อีกด้านหนึ่ง ณ ห้องทำงานครูฝึกค่ายอัจฉริยะ
เจียงซ่างจ้องมองกองเอกสารที่สุมเป็นภูเขาบนโต๊ะพลางนวดขมับด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้า
จังหวะนั้นเอง เฉินเจ๋อก็ผลักประตูพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดสุดขีด ในมือเกาะกุมเอกสารฉบับหนึ่งไว้แน่น
“ลูกพี่! มีภารกิจหนึ่งเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” ทันทีที่เฉินเจ๋อก้าวพ้นประตู เขาก็โพล่งขึ้นเสียงดัง
หัวคิ้วของเจียงซ่างขมวดมุ่นทันที “ภารกิจอะไร?”
เฉินเจ๋อไม่ตอบคำ เขาตบเอกสารในมือลงบนโต๊ะเสียงดังปัง
“ภารกิจระดับ A ที่เจ้าหนูสือเจียนรับไปทำเมื่อคราวก่อนไงครับ!”
“ลูกพี่ยังจำสภาพปางตายของหมอนั่น ตอนที่หนีหัวซุกหัวซุน