ครับ!”
ทันทีที่ได้ยิน ใบหน้าของเจียงซ่างก็ซีดเผือดไร้สีเลือด เขาทรุดตัวล้มแหมะลงบนเก้าอี้ด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย
คนทั้งร่างดูราวกับถูกสูบวิญญาณ แววตาว่างเปล่าเลื่อนลอย
“จบเห่… คราวนี้พวกเราจบเห่แล้วจริงๆ!”
ผ่านไปครู่ใหญ่ เจียงซ่างถึงเพิ่งได้สติกลับคืนมา เขากัดฟันกรอดตะคอกสั่ง
“รีบไปลากคอป๋ายจ่านมา! พวกแกสองคนพุ่งตัวไปเมืองอวิ๋นเดี๋ยวนี้ งัดความเร็วสูงสุดในชีวิตออกมาซะ! ฉันไม่สนว่าตอนนี้ซูอวี่มันจะอยู่ในสภาพไหน แต่พวกแกต้องลากคอมันกลับมาให้ฉันให้ได้!!”
เฉินเจ๋อพยักหน้ารับคำสั่งเสียงหนัก ก่อนจะหมุนตัวพุ่งทะยานออกจากห้องไปทันที
ภายในห้องทำงานอันกว้างใหญ่ บัดนี้เหลือเพียงเจียงซ่างยืนโดดเดี่ยวเบื้องหน้าบานหน้าต่าง เขาทอดสายตามองปุยเมฆลอยเอื่อยอยู่ด้านนอก ริมฝีปากสั่นระริกพึมพำซ้ำไปซ้ำมา
“จบเห่… งานนี้พวกเราหัวหลุดจากบ่ากันหมดแน่!”
และบนเอกสารภารกิจที่ถูกทิ้งกระจุยกระจายอยู่บนโต๊ะ ก็มีตัวอักษรสีแดงฉานประทับตราเตือนภัยระดับสูงสุดเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า…
“ทางทิศตะวันออกของเมืองอวิ๋น... ยืนยันการปรากฏตัวของยอดฝีมือ ‘ขอบเขตกายาทองคำ’ แห่งนิกายเทพสวรรค์!”
……
มณฑลเจียงหนาน ทางทิศตะวันออกขอ