ว่า… มีคนอุตริรับภารกิจนี้ไปแล้วจริงๆ!?”
ใบหน้าของเฉินเจ๋อซีดเผือด เขาแค่นยิ้มขมขื่น ก่อนจะยื่นสมาร์ตโฟนในมือส่งให้เจียงซ่างด้วยมือที่สั่นเทา
“ลูกพี่… ลองดูด้วยตาตัวเองเถอะครับ งานนี้ ผมก็ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงแล้วจริงๆ…”
เจียงซ่างคว้าสมาร์ตโฟนมาดูด้วยความงุนงง
เพียงเสี้ยวอึดใจต่อมา… เสียงแหกปากตะโกนลั่นของเขาก็ดังกึกก้องประดุจฟ้าผ่าทะลวงตึก!
“อะไรนะ!! ไอ้ซูอวี่… มันรับภารกิจนี้ไปแล้วงั้นเรอะ!?”
เสียงคำรามก้องสะท้านทำเอาอาคารทั้งหลังแทบสั่นสะเทือน!
ภายในห้องทำงาน ดวงตาของเจียงซ่างแดงก่ำเป็นสายเลือด เขาถลึงตาจ้องเฉินเจ๋อราวกับสัตว์ร้ายเตรียมขย้ำเหยื่อ ก่อนจะแผดเสียงตะคอกลั่น
“แล้วแกยังจะมัวยืนบื้อหาพระแสงอะไรอีก!? รีบไสหัวออกไปลากตัวมันกลับมาเดี๋ยวนี้เลยโว้ย! ถ้าไอ้เด็กนั่นเกิดหัวขาดหรือเป็นอะไรขึ้นมา แกรู้ไหมว่าพวกเราจะมีจุดจบยังไง!?”
“ไม่ใช่แค่ท่านประธานที่จะถลกหนังพวกเราทั้งเป็น! แม้แต่ ‘ท่านผู้นั้น’ ก็คงสับพวกเราเป็นหมื่นๆ ชิ้นแน่!”
สีหน้าของเฉินเจ๋อเหยเกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“แต่ลูกพี่ครับ! ซูอวี่มันกดรับภารกิจนี้ไปตั้งแต่สามชั่วโมงที่แล้ว! ป่านนี้มันคงเหาะไปจ่อหน้าประตูเมืองอวิ๋นแล้วล่ะ