แล้วแผดเสียงตวาดก้อง
“คนต่อไป… ซูอวี่!”
ซูอวี่ใจกระตุก
ถึงตาฉันลงสนามแล้วสินะ! เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึกรวบรวมสมาธิ ก้าวเท้าย่างสามขุมตรงไปยังประตูหอคอยมายา
วินาทีที่เดินสวนกับครูฝึกหัวโล้น จู่ๆ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมของอีกฝ่ายก็กระตุกรอยยิ้มอ่อนโยน (ที่ดูยังไงก็พิลึก) ออกมา
“พยายามเข้าล่ะไอ้หนู! แกมีปัญญาเด็ดหัวยอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิตของลัทธิเทพสวรรค์มาแล้ว ด่านขยะสามสิบชั้นแรกคงไม่ระคายผิวแกหรอก! งัดของดีออกมา แล้วทะลวงเข้าสู่เขตแดนสามสิบชั้นกลางให้ได้ล่ะ!”
ซูอวี่เหลือบมองครูฝึกหัวโล้นแวบหนึ่ง พยักหน้ารับคำอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะก้าวเท้าหายเข้าไปในความมืดมิดของหอคอยมายา
ทว่า ในจังหวะที่แผ่นหลังของซูอวี่ถูกหอคอยกลืนกินเข้าไปนั้นเอง…
ไอ้ขี้แพ้ที่เพิ่งโดนครูฝึกด่าเปิงเมื่อครู่ ก็อดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจ เหยียดปากบ่นกระปอดกระแปดออกมา
“เหอะ! ก็แค่สวะขอบเขตปราณโลหิต… มีค่าอะไรให้ครูฝึกต้องไปโอ๋มันนักหนาวะ! เก่งให้ตายก็กระเสือกกระสนไปได้เต็มที่แค่ชั้นยี่สิบ ก็ถือว่าบุญหัวบรรพบุรุษมันแล้ว!”
ทว่า… ในเสี้ยววินาทีที่คำสบประมาทของมันหลุดพ้นจากริมฝีปาก!
แสงสว่างบนหน้าปัดหอคอยมายาชั้นแรกก็ดับวูบลงในชั่วพร