ึกพลังอย่างเต็มที่ตามเคล็ดวิชาที่เพิ่งได้รับมาใหม่ เขาใช้พลังจิตสอดแทรกเข้าไปในผลมรรคา
ตูม! สำนึกของเขารู้สึกเวียนหัวอยู่ครู่หนึ่ง แทบจะเปนเพียงพริบตาความไม่สบายนี้ก็หายไป เขาลืมตาขึ้นพบว่าตนเองมาอยู่ในห้วงจักรวาล รอบด้านล้วนเป็นกลุ่มหมอกแห่งดวงดาว มีดวงดาราแต้มแต่งอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ยังมีเส้นแสงไหลเรื่อยอย่างงดงาม ทำให้จักรวาลนี้สวยงามถึงขีดสุด เจียงฉางเซิงเพ่งดูอย่างละเอียด พบว่าดวงดาวเหล่านั้นไม่ใช่ดวงดาว หากแต่เป็นพลังอาคมของเขาที่ควบแน่นขึ้น เพียงดูคล้ายกับจักรวาลเท่านั้น
เขานึกถึงความรู้สึกชาติปางก่อน โครงสร้างภายในของเซลล์มนุษย์คล้ายกับภาพที่ปรากฏในจักรวาลยิ่งนัก ตอนนี้เหมือนว่าในนั้นจะมีพลังของกฎเกณฑ์บางอย่างแฝงอยู่ แม้ว่าเขาได้เริ่มเข้าใจในกฎแห่งฟ้าดินแล้ว แต่พลังแห่งกฎนั้นมีอยู่มากมายเกินนับ เขาเองก็ไม่รู้ว่ามีกี่ประเภทกันแน่ วิชามรรคาธรรมชาติระบุไว้ว่าสามพันมหามรรคา มรรกาก่อเกิดสรรพสิ่ง หรืออาจมีพลังแห่งกฎเกณฑ์กำเนิดขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เจียงฉางเซิงเริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของผลมรรคา เห็นหมอกแห่งดวงดาวเหล่านั้นปั่นป่วนเล็กน้อย เกิดเป็นคลื่นกว้างใหญ่ดวงดาราจำนวนมากเริ่มถือกำเนิดขึ้นตามมา วิชามรรคาธรรมชาติขั้นที่สิบคือการฝึกฝนผลมรรคา ขณะนี้เขาใกล้จะบรรลุขั้น กำลังเข้าสู่การปะทุอย่างรุนแรง หลังการสั่งสมในเวลาเดียวกันโชคชะตาของทั้งแดนสวรรค์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง บรรด