‘สวรรค์ประทานนิมิตมงคล ศักยภาพระดับสีทอง!’
ตัวอักษรแปดคำนี้ดังก้องสะเทือนเลื่อนลั่นซ้ำไปซ้ำมาในหัวของไป๋จ่าน
ทว่าสีหน้าของยอดฝีมืออย่างเขากลับอัปลักษณ์ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม ไป๋จ่านแค่นยิ้มขมขื่นออกมาอย่างหมดสภาพ
“คราวนี้ถือว่าฉันยอมจำนนต่อโชคชะตาแล้วจริงๆ ใครมันจะไปฝันว่าเมืองรูหนูอย่างเหิงเฉิง จะเพาะพันธุ์อัจฉริยะสัตว์ประหลาดที่เผ่ามนุษย์ไม่เคยพบเจอมานับร้อยปีได้!”
ไป๋จ่านสูดลมหายใจเข้าลึก แววตาแปรเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งถึงขีดสุด!
เขาแหงนหน้ามองนิมิตศักดิ์สิทธิ์บนฟากฟ้า เขาตระหนักดีว่า… ต่อให้ตัวเองจะเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตกายาทองคำ แต่การจะกลบเกลื่อนนิมิตฟ้าดินระดับมหึมานี้… มันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ!
ในเมื่อปกปิดไม่ได้ งั้นก็ต้อง…
ขวางมันเอาไว้!
ต้องขวางเอาไว้จนกว่ากำลังเสริมระดับสุดยอดของเผ่ามนุษย์จะมาถึง! ต่อให้เขาต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ซูอวี่ก็ห้ามมีรอยขีดข่วนแม้แต่ปลายเล็บ!
เพราะเด็กคนนี้คือ… ไพ่ตายและความหวังในอนาคตของเผ่ามนุษย์!
ในขณะเดียวกัน
ห่างออกไปหลายสิบลี้ ณ แนวป่าทึบนอกเมืองเหิงเฉิง ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งพลันหันขวับกลับไปมอง
เมื่อเห็นนิมิตแสงสีทองอร่ามที่อาบย้อมผืนฟ้าเหนือเมืองเหิงเฉิง คิ้วของเขา