ก็ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที
“ฉันเพิ่งจะก้าวเท้าหนีออกมาได้ไม่ทันไร เมืองเหิงเฉิงมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย!?”
ใบหน้าของชายผู้นี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าอิดโรย เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่งเปรอะเปื้อนโคลนเลน สภาพดูทุลักทุเลและสมเพชสุดขีด
เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ ‘หลี่เทียนเฮ่อ’ ที่เพิ่งวิ่งหางจุกตูดหนีตายออกมานั่นเอง!
หลี่เทียนเฮ่อจ้องเขม็งลึกเข้าไปในเมืองเหิงเฉิง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก แววตาสาดประกายอาฆาตมาดร้าย
“หลิวขวง… ไอ้เด็กเวรซูอวี่… ฝากไว้ก่อนเถอะ! รอพ่อรวบรวมกำลังกลับมาก่อน พ่อจะถลกหนังพวกแกชำระหนี้แค้นให้สาสม!”
ใบหน้าของหลี่เทียนเฮ่อบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ก่อนจะหันหลังพุ่งทะยานหายลับเข้าไปในความมืดมิดของพงไพรโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
……
ณ ชั้นดาดฟ้าของตึกศูนย์ใหญ่สมาคมนักสู้ มณฑลเจียงหนาน
ชายชราผู้มีเรือนผมขาวโพลน ทว่าใบหน้ากลับเต่งตึงไร้รอยเหี่ยวย่นราวกับทารก กำลังเอนกายทอดอารมณ์อยู่บนเก้าอี้หวาย
เก้าอี้โยกไกวไปมาอย่างเอื่อยเฉื่อย ท่าทางดูผ่อนคลายสบายใจเฉิบ
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง คลื่นพลังงานลี้ลับสุดหยั่งคาดระลอกแล้วระลอกเล่า พลันแผ่ซ่านทะลวงฝ่ามิติส่งตรงมาจากแดนไกล