พร่าดุจภูตผี ดังลอดออกมาจากปากของชายชุดดำที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธาน
น้ำเสียงนั้นชวนให้ขนหัวลุกซู่ ราวกับเอาเศษแก้วแตกมาขูดลากไปตามพื้นเหล็ก แสบแก้วหูจนแทบคลั่ง!
สิ้นคำกล่าวนั้น ทั่วทั้งโถงมิติก็ราวกับถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารยะเยือกเย็น!
“ข้าจะไปเด็ดหัวอัจฉริยะสวะมนุษย์ผู้นั้นเดี๋ยวนี้! ในยามที่บารมีแห่งท่านเทพสวรรค์ไร้พ่ายกำลังแผ่ขยาย เผ่ามนุษย์ใกล้ถึงคราวล่มสลายเต็มที พวกเราเองก็สมควรจะออกแรงเชือดไก่ให้ลิงดูบ้าง!”
ชายชุดดำผู้หนึ่งหยัดกายลุกขึ้นพรวด น้ำเสียงของเขาดุดันหนักแน่น อัดแน่นไปด้วยพลังกดดัน
“เหอะ! เจ้าโง่! เจ้าคิดว่าพวกสมาคมนักสู้มันกินหญ้าเป็นอาหารหรือยังไง? หากข้าเดาไม่ผิด ป่านนี้พวกหมาเฝ้าบ้านของสมาคมนักสู้ คงจะแห่กันเคลื่อนพลไปคุ้มกันแล้วแน่ๆ!”
น้ำเสียงแหลมปรี๊ดของชายอีกคนดังแทรกขึ้นมา ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า
“พวกเราต่างก็รู้ซึ้งดี ว่าอัจฉริยะระดับราชันเพียงคนเดียว จะส่งผลกระทบพลิกกระดานต่อ ‘สนามรบหมื่นเผ่าพันธุ์’ ได้มหาศาลขนาดไหน! เจ้าคิดว่าพวกเผ่ามนุษย์มันจะปัญญาอ่อนปล่อยปละละเลยงั้นรึ?!”
ชายคนแรกแค่นเสียงเย็นชาตอบโต้
“เหอะ! แล้วเจ้าจะเอายังไง?! หากปล่อยให้ไอ้เด็กเวรนั่นปีกกล