อาเถอะ เรียกไอ้เด็กนั่นมาพบฉันได้แล้ว พัฒนาการระดับนี้ ก็ถือว่ามีคุณสมบัติพอให้ฉันโยนบททดสอบให้ดูสักตั้ง”
“แต่ว่า… ตอนนี้มันดึกมากแล้วนะครับ…” หลิวขวงมีสีหน้าลำบากใจ
ทว่าเสียงหัวเราะเยาะของไป๋จ่านก็ดังสวนกลับมาทันควัน “ทำไม? แกคิดว่าฉันว่างนักรึไง?! ในค่ายยังมีพวกสัตว์ประหลาดหัวกะทิอีกเป็นพรวนรอให้ฉันกลับไปสอน! ถ้าไม่ใช่เพราะแกเอาตำแหน่งรองประธานมาวางค้ำประกันไว้ แกคิดว่าคนระดับฉันจะยอมลดตัวถ่อมาถึงบ้านนอกนี่รึไง!”
“ฉันจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ… ในค่ายอัจฉริยะของฉัน ต่อให้เป็นเศษสวะที่รั้งท้ายสุดของค่าย ค่าปราณโลหิตของพวกมันก็ทะลุ 5 แต้มกันไปหมดแล้ว! และที่สำคัญ… พวกมันทุกคนคือสัตว์ประหลาดที่อายุยังไม่ถึงสิบแปดปี!”
เผชิญหน้ากับคำถากถางไร้เยื่อใย หลิวขวงอัดอั้นตันใจจนแทบกระอักเลือด แต่ก็ทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนโทสะเอาไว้ เขาล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พิมพ์ข้อความเรียกตัวซูอวี่ด่วน
…
อีกด้านหนึ่ง ณ ห้องเช่าซอมซ่อ…
ซูอวี่ที่เพิ่งปรับสมดุลปราณโลหิตและรวบรวมรากฐานพลังเสร็จสิ้น ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ
“ในที่สุดฐานพลังก็เสถียรสักที พละกำลังของฉันในตอนนี้… คงทะลุกำแพงเก้าตันไปเรียบร้อยแล้วมั้ง?”
ทว่าใน