จังหวะที่เขากำลังจะล้มตัวลงนอนพักผ่อนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือบนเตียงก็แผดเสียงสั่นครืดคราด
ซูอวี่หยิบมันขึ้นมาปัดหน้าจอ กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“คนจากค่ายอัจฉริยะมาถึงแล้วงั้นรึ? ทำไมถึงได้มาไวนักล่ะ?”
แม้ท้องฟ้าด้านนอกจะมืดมิดดึกดื่น แต่เมื่อเป็นคำสั่งเรียกตัวด่วนจากรองประธานหลิว ซูอวี่ก็ไม่กล้าชักช้า เขารีบสวมเสื้อคลุม สับเท้าวิ่งตรงดิ่งไปยังสำนักงานสมาคมนักสู้ด้วยความเร็วสูงสุดทันที
เพียงไม่กี่อึดใจ ซูอวี่ก็มาถึงจุดหมาย
เนื่องจากเขาเคยมาเยือนห้องทำงานของหลิวขวงแล้ว ครั้งนี้เด็กหนุ่มจึงเดินฝ่าความมืดขึ้นไปชั้นบนได้อย่างคุ้นเคย ตลอดทางไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนโผล่หน้ามาขัดขวาง คาดว่าหลิวขวงคงเคลียร์ทางเอาไว้ให้ล่วงหน้าแล้ว
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ซูอวี่เคาะประตูตามมารยาท ก่อนจะผลักบานประตูเปิดออก
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือ หลิวขวงที่กำลังยืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่ข้างโซฟารับแขก ส่วนบนโซฟาตัวกลาง มีชายวัยกลางคนในชุดสูทจงซานกำลังนั่งไขว่ห้าง ปรายตามองตรงมาที่เขาด้วยแววตาเย็นชาและเย่อหยิ่งจองหองขั้นสุด!
ซูอวี่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าอึดอัดที่ลอยอวลอยู่ภายในห้อง เขาประสานมือโค้งคำนับ