ักสู้ตัวจริง ย่อมไม่มีทางมีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้เด็ดขาด!
“จบเห่แล้ว… ข้าไปล่วงเกินนักสู้เข้าให้แล้ว!” หลี่หลงมองตามแผ่นหลังซูอวี่ด้วยความหวาดผวาขีดสุด
ส่วนหลี่หู่ที่ยืนสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ข้างๆ ก็หน้าซีดเผือด “มะ… ไม่สิ! ทิศทางที่มันไปคือสมาคมนักสู้! ตอนนี้มันยังไม่ผ่านการทดสอบอย่างเป็นทางการ ยังมีโอกาส! ต้องรีบให้พ่อออกโรง!” หลี่หู่ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมหรืออาการบาดเจ็บของพี่ชาย มันวิ่งหนีกลับตระกูลทันที!
……
ตัดภาพมาที่ซูอวี่ เขากำลังเดินล้วงกระเป๋าทอดน่องไปตามถนนใหญ่อย่างสบายอารมณ์
‘ไอ้สวะหลี่หลงนั่นน่าจะมีปราณโลหิตประมาณ 0.7 พละกำลังราวๆ เจ็ดร้อยกิโลกรัม… แต่สำหรับฉันในตอนนี้ มันกลายเป็นแค่กระสอบทรายไปแล้ว การทดสอบนักสู้วันนี้ ฉันผ่านฉลุยแน่นอน!’ แม้จะเคยผ่านชีวิตมาถึงสองชาติภพ แต่เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์ธรรมดา ซูอวี่ก็อดเลือดลมสูบฉีดไม่ได้
ทว่าจู่ๆ เขาก็ชะงักฝีเท้า หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งเร่งความเร็วแล้วเลี้ยวขวับเข้าไปในตรอกแคบๆ แห่งหนึ่ง
ทันทีที่ลับตาคน ซูอวี่ก็หยุดกึกแล้วหันขวับกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาคมกริบดุจใบมีด!
“ซ่อนไปก็เปล่าประโยชน์…