ตามมาก็แค่อยากจะดูหน้าอัจฉริยะม้ามืดของโรงเรียนเราให้ชัดๆ ก็เท่านั้นแหละ” อู๋หมิงยิ้มละมุน “นี่กำลังจะไปสมาคมนักสู้เพื่อรับการทดสอบสินะ?”
“ใช่ครับ” ซูอวี่ตอบรับตามตรง สัญชาตญาณบอกเขาว่าต่อหน้าตาเฒ่าระดับปรมาจารย์คนนี้ การโกหกไปก็ไร้ประโยชน์
อู๋หมิงกวักมือเรียก “งั้นก็ไปกันเถอะ ฉันเองก็ชักจะคันไม้คันมือ อยากเห็นเหมือนกันว่าอัจฉริยะนักสู้คนแรกของมัธยมเหิงเฉิงที่ 1 จะสร้างสถิติได้น่าขนลุกขนาดไหน!”
เด็กหนุ่มได้แต่เกาหัวแกรกๆ ด้วยความเกรงใจ แต่ในเมื่อเบอร์ใหญ่ของโรงเรียนเอ่ยปากชวนขนาดนี้ มีหรือเขาจะกล้าปฏิเสธ
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็มาถึงจุดหมาย
ณ ใจกลางเมืองเหิงเฉิง ตึกระฟ้าตระหง่านง้ำซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดและทรงอำนาจที่สุดในเมือง… ‘สมาคมนักสู้’
ทันทีที่ก้าวมาถึงหน้าประตู ซูอวี่ก็ต้องลอบกลืนน้ำลาย ยอดมนุษย์ที่ปกติแทบไม่มีให้เห็นตามท้องถนน กลับเดินขวักไขว่กันให้ควั่กราวกับผักปลาในตลาด!
หากไม่ใช่นักสู้เต็มตัว ก็ต้องเป็นนักสู้ฝึกหัดขั้นสูงที่เตรียมทะลวงขีดจำกัดทั้งสิ้น!
อู๋หมิงเหลือบมองปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มแล้วยิ้มบาง “ถือซะว่ามาเปิดโลกก็แล้วกัน ถึงเมืองเหิงเฉิงของเราจะเล็กจ้อย แต่ยอดฝีมือที่ซ่อน