เท่ากับค่าแรงหลายวันของเขาอยู่ดี
ถือว่าไม่เลวเลย!
“ตกลงครับ! เดี๋ยวผมจะแพ็กโอสถปราณโลหิตให้คุณผู้ชายเดี๋ยวนี้เลย!”
พูดจบ เขาก็เตรียมหันไปจัดการหยิบสินค้า
แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงเย้ยหยันบาดหูก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
“โย่ว! นี่มันซูอวี่ไม่ใช่เหรอวะเนี่ย ทำไม? ไอ้ขยะอย่างแกถึงเกิดใจป้ำ กล้าเสนอหน้าเหยียบเข้ามาในสถานที่หรูๆ แบบนี้ได้ล่ะ?”
พอได้ยินน้ำเสียงชวนสะอิดสะเอียนนี้ ซูอวี่ก็ขมวดคิ้วแน่น ตวัดสายตามองไปยังต้นเสียงทันที
สิ่งที่เห็นคือ ชายหนุ่มในชุดกีฬาแบรนด์เนมคนหนึ่ง กำลังเดินเชิดหน้าชูคอเข้ามาด้วยท่าทีหยิ่งยโสโอหัง
ชายหนุ่มคนนี้ซูอวี่รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี… ไอ้เวรนี่คือเพื่อนร่วมชั้นของเขานั่นเอง
ชื่อของมันคือ ‘หลี่หู่’ ปราณโลหิตปาเข้าไปราวๆ 0.35 ถือว่ามีพรสวรรค์พอตัว
กระทั่งมีลุ้นว่า ในการประเมินนักสู้อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า มันอาจจะดันตัวเองขึ้นไปแตะระดับ ‘นักสู้ฝึกหัด’ ได้เลยด้วยซ้ำ
เพียงแต่ ไอ้หมอนี่มักจะไม่ค่อยกินเส้นกับเขามาแต่ไหนแต่ไร
หลี่หู่ชอบทำตัวกร่าง วางอำนาจบาตรใหญ่ชี้นิ้วสั่งคนอื่นในห้องเรียน อาศัยแค่ว่าที่บ้านมีเงินหนุนหลัง สันดานดิบโดยพื้นฐานแล้วจัดว่าห่วยแตกบัดซบ
ซูอวี่คาดไม