ู้ฝึกหัดแล้วแท้ๆ”
“ทรงนี้ ไอ้หนูนั่นคงโดนอัดจนหยอดน้ำข้าวต้มแหงมๆ!”
คนที่สามารถเดินกร่างในสถานที่ระดับนี้ได้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกมีสีมีเส้น จึงย่อมจดจำใบหน้าของหลี่หู่ได้เป็นอย่างดี
ผิดกับซูอวี่ที่เป็นแค่นักเรียนโนเนม พอโดนลูกเศรษฐีอย่างหลี่หู่ล็อกเป้าแบบนี้ ธรรมดาที่คนรอบข้างจะมองว่าเขาคือลูกแกะรอโดนเชือด
หน้าอกของซูอวี่กระเพื่อมขึ้นลงแรงๆ เขาเพ่งสายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลี่หู่ แล้วเค้นเสียงลอดรอยยิ้มเย็นชา “แกพูดเองนะ!”
หลี่หู่กอดอก มองซูอวี่ด้วยสายตาสมเพชราวกับมองตัวตลก “เออ! พ่อพูดเองนี่แหละ ถ้าแกมีปัญญาเอาชนะฉันได้ ของในตู้พวกนี้… พ่อยกให้แกหมดเลย!”
ซูอวี่ไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขาย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อรวบรวมแรงส่ง วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็พุ่งทะยานแหวกอากาศออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่!
ความเร็วระดับนั้น รวดเร็วและดุดันเสียจนหลี่หู่เบิกตาโพลง ตอบสนองแทบไม่ทัน!
‘เป็นไปได้ยังไงวะ!? ทำไมไอ้สวะนี่ถึงได้เร็วขนาดนี้!’
หลี่หู่ตื่นตัวเต็มสูบในฉับพลัน ทว่าน่าเสียดาย… มันสายไปเสียแล้ว!
จังหวะที่หลี่หู่กำลังจะยกแขนขึ้นตั้งการ์ด ร่างของซูอวี่ก็ประชิดตัวเขาเรียบร้อยแล้ว