เราะแทบไม่อยู่ สายตาที่มองไปยังทูตทั้งสามเต็มไปด้วยความเวทนา
ทูตขมวดคิ้วถามว่า “เหตุใดจะวุ่นวายไม่ได้เล่า ฝ่าบาท ท่านรู้เรื่องต้ากวงเทียนหรือไม่”
เขาพยายามข่มเพลิงโทสะ ก่อนเข้าวังหลวงเขารู้สึกชื่นชมและใฝ่ฝันถึงเทียนจิ่ง คิดว่าเทียนจิ่งเหนือกว่าต้ากวงเทียนทุกด้าน ทว่าเมื่อได้เข้ามาที่นี่ สายตาของเจียงจื่ออวี้และขันทีกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่น
เจียงจื่ออวี้ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “หลินหงเฉิน เจ้าแห่งฟ้าแห่งต้ากวงเทียน ถูกโอรสสวรรค์แห่งราชอาณาจักรหลัวหงจับตัวไป ได้ยินว่ากองกำลังฝีมือดีของเขาก็ยอมสวามิภักดิ์ต่อราชอาณาจักรหลัวหง”
“บัดนี้ต้ากวงเทียนตกอยู่ในความวุ่นวายภายใน แม้แต่โอรสสวรรค์ก็ยังตายไปแล้ว ตอนนี้โอรสสวรรค์องค์ใหม่กำลังถูกเหล่าขุนนางช่วงชิงกัน”
“เป็นไปไม่ได้ เหตุใดพวกข้าจึงไม่เคยได้ยินชื่อราชอาณาจักรหลัวหงมาก่อน”
ทูตโกรธเคือง อีกสองคนก็มีท่าทีเช่นเดียวกัน
เจียงจื่ออวี้ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ดูท่าพวกเจ้าจะไม่รู้จริงๆ พวกเจ้าเดินทางจากต้ากวงเทียนมาที่นี่ต้องใช้เวลาหลายสิบปี ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเจ้ากลับไปดูก็แล้วกัน เพียงแต่ขากลับก็อีกหลายสิบปี หวังว่าตอนนั้นต้ากวงเทียนยังจะคงอยู่”
เรื่องราวของหลินหงเฉินได้แพร่กระจายไปทั่วมหาพิภพจิตจรแล้ว อย่างไรทั้งต้ากวงเทียนและราชอาณาจักรหลัวหงต่างก็มีผู้ศรัทธาเซ่นไหว้ และทั้งสองฝ่ายถึงขั้นทะเลาะวิวาทกันเพราะเรื่องนี้
ขันทีที่อยู่ข้างๆ