“เฮยโหว… เหตุใดพวกเจ้าจึงรู้เรื่องศึกชิงความเป็นเจ้าของโลกแห่งยุทธ เป็นเทพแห่งฟ้าดินบอกพวกเจ้าหรือ”
เฉินหลี่ไม่ตอบแต่กลับย้อนถาม สายตาจรดที่ตัวผู้เฒ่าแขนเดียว
ผู้เฒ่าแขนเดียวแค่นเสียงบอกว่า “ย่อมเป็นดังนั้น”
เฉินหลี่ถามด้วยแววตาเป็นประกายว่า “พวกเจ้ารู้จักระดับขั้นเทพแห่งฟ้าดินหรือไม่”
ผู้เฒ่าแขนเดียวขมวดคิ้ว คนอื่นๆ หันหน้ามามองกัน ต่างไม่มีใครกล้าตอบ
บุรุษชุดเกราะจ้องเฉินหลี่เขม็ง ชั่งน้ำหนักอยู่ในใจว่าจะสังหารเจ้าคนทีอ้างเรื่องผีสางมาหลอกผู้คนนี้หรือไม่
“เหนือจักรพรรดิยุทธ ยังมียุทธบรรจบเทพ หรือที่เรียกว่าเทพแห่งยุทธ”
“แม้แต่เทพแห่งยุทธ ก็ยังถูกแดนสวรรค์ปราบได้อย่างสบาย”
“พวกเจ้ามีแค่จักรพรรดิยุทธสองคน หนำซ้ำยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมหาจอมทัพตี้ชาง แล้วจะต่อสู้กับแดนสวรรค์ได้เยี่ยงไร”
น้ำเสียงของเฉินหลี่สูงขึ้นทันใด จากนั้นเขาก็เปิดฝาน้ำเต้าทองม่วงออก
ทุกคนตื่นตกใจจนถอยออกไป และชักกระบี่ออกมาในเวลาเดียวกัน กระบี่ส่องประกายเจิดจ้าระยิบระยับจับตาอยู่ภายในค่ายใหญ่โตนี้
เฉินหลี่ยิ้มบางแล้วกล่าวว่า “อย่าได้ตื่นตระหนก ข้าไม่ได้มาลงมือกับพวกเจ้า พวกเจ้าลองดูเทพแห่งยุทธ์ได้”
เขายกมือขึ้นส่งน้ำเต้าทองม่วงไปให้ สายตาของทุกคนจับจ้องอยู่ที่น้ำเต้าทองม่วง แต่ไม่มีใครกล้าก้าวออกไปข้างหน้า
ผู้เฒ่าแขนเดียวรีบเบียดฝูงชนและออกมาอยู่ตรงหน้าเฉินหลี่อย่างรวดเร็ว เขารับน้ำเต้าทองม่วงมาและมองลงเข้าไปจากปา