คาสเตอร์นั้นโชคดีมากที่เข้าสู่ดินแดนแห่งความฝันในจุดที่ใกล้กับตัวเมือง และมาถึงปราสาทได้เร็วกว่าพวกเขาทั้งสามคนมาก ในตอนที่ซันนี่ เนฟิส และแคสซี่หาทางมาถึงนิคมของมนุษย์ได้ เขาก็กลายเป็นคนที่มีหน้ามีตาที่นั่นไปแล้ว
แม้ว่าจะมีโอกาสมากมายสำหรับผู้สืบทอดตระกูลหลัก ผู้มีความสามารถที่จะไต่เต้าในกองทัพของกันลอก แต่เขากลับตัดสินใจรักษาความเป็นอิสระไว้ และสุดท้ายก็เข้าร่วมกับกลุ่มของดาราแปรเปลี่ยน ซึ่งช่วยยกระดับพลังการต่อสู้และชื่อเสียงของกลุ่มขึ้นอย่างมหาศาล
พอมองย้อนกลับไป นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดของซันนี่จริงๆ
“ใช่แล้ว ทั้งหมดมันเป็นความผิดของหมอนั่น ไม่ใช่ฉัน ใช่ แน่นอน!”
ซันนี่บดเคี้ยวฟันพลางเตะหีบเหล็กหนักๆ นั่นแล้วสบถพึมพำ จากนั้นเขาก็ปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเดินออกจากห้องลับอีกครั้ง
เบื้องล่าง เรื่องราวเริ่มน่าสนุกขึ้น กลิ่นคาวเลือดดึงดูดอสูรกายหลายตัวให้พยายามเข้ามาในมหาวิหารร้างเพื่อลิ้มรสซากศพที่ยังสดอยู่ ทว่าอัศวินดำยังคงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเหมือนเช่นเคย ขณะที่ซันนี่ปีนขึ้นไปบนคานค้ำยัน มันก็กำลังจัดการสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายตั๊กแตนตำข้าวที่ทำจากผิวหนังมนุษย์พอดี
ตอนแรกซันนี่วางแผนจะไปดูทรัพย์สินที่พวกนักเลงดวงกุดทั้งห้าทิ้งไว้ แต่ภาพการต่อสู้ที่ดุร้ายทำให้เขาเปลี่ยนใจ ไว้ค่อยทำทีหลังแล้วกัน