ชายที่แก่กว่าจ้องมองเขาอยู่หลายวินาที จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นหัวเราะลั่น
“โอ้ ตลกดีนี่! พวกแกได้ยินไหม? ไอ้ตัวกระจ้อยนั่นจะให้โอกาสเรา ใจกว้างชะมัด! เราควรจะใจกว้างบ้างไหมล่ะ หือ? ว่าไงดี? เด็กนี่มันสมองกลับไปแล้วจริงๆ”
ผู้หลับใหลอีกห้าคนไม่ได้หัวเราะตามหัวหน้า หนึ่งในนั้นยิ้มเหี้ยมแล้วพูดว่า:
“ไม่หรอกหัวหน้า ผมว่าเราแค่ฆ่าเขาทิ้งซะเถอะ สงเคราะห์ให้ไอ้คนบ้านี่พ้นทุกข์ไปซะ”
ส่วนผู้หลับใหลที่เคยยืนยันเรื่องราวของซันนี่ก่อนหน้านี้เริ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง
“เดี๋ยวก่อนพวก… เขาเป็นคนของดาราแปรเปลี่ยนนะ จำไม่ได้เหรอ? หมายถึงกลุ่มแรกนั่นน่ะ พวกนั้นรอดชีวิตในเขาวงกตด้วยตัวเองตั้งสองเดือนเต็ม เราไม่ควรประเมินพวกเขาต…”
ทว่า หัวหน้ากลับขัดจังหวะด้วยเสียงเหยียดหยาม
“ฉันได้ยินมาว่านักบุญเนฟิสแบกไอ้สวะที่ไร้ประโยชน์สองตัวไว้บนหลังตลอดทางจนถึงปราสาท ยัยนั่นชอบดูแลพวกอ่อนแอใช่ไหมล่ะ? เพื่อนตัวน้อยที่น่ากินของหล่อนก็ตาบอดด้วยซ้ำ ให้ตายเถอะ! ฉันมั่นใจว่าไอ้หมอนี่ก็ไม่ต่างกันหรอก”
จากนั้นเขาก็หันมาหาซันนี่และแสยะยิ้ม
“เอาแบบนี้ไหมไอ้หนู มอบความทรงจำทั้งหมดของแกมา แล้วเราจะใจกว้างพอที่จะปล่อยให้แกมีชีวิตอยู่ต่อไป”