เขากำลังกัดกินตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกกิน ช่างเป็นความข้อนแย้งที่น่าตลกสิ้นดี
ซันนี่ซ่อนมือที่เลือดออกไว้ข้างหลัง พลิกตัวกลับมาหาเนฟแล้วถามว่า
“แล้วเราจะสร้างเรือกันยังไงดี?”
เธอครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่ยินดียินร้าย
“เราต้องใช้วัสดุที่หาได้แถวนี้ สำหรับตัวเรือ เราต้องใช้กระดองของปีศาจที่ตายแล้ว เราสามารถเลาะแผ่นเกราะที่มีรูปทรงเหมาะสมออกมาหลายๆ แผ่น แล้วมัดมันเข้าด้วยกันด้วยเชือกสีทอง…”
ซันนี่เลิกคิ้วขึ้น
“เกราะของ… ปีศาจกระดองน่ะเหรอ? มันทำมาจากเหล็กประหลาดนะ เหล็กมันลอยน้ำได้ด้วยเหรอ?”
เนฟิสเหลือบมองเขาอย่างตำหนิ
“อะไรก็ลอยน้ำได้ทั้งนั้นแหละซันนี่ นายแค่ต้องมั่นใจว่าปริมาตรน้ำที่ถูกแทนที่มันมากกว่าน้ำหนักของวัตถุที่ลอยอยู่ นั่นคือหลักการทำงานของเรือ”
เขากะพริบตา
“อา… โอเค ส่วนเรื่องใบเรือ ฉันคิดว่าเราขอยืมผ้าคลุมจากแคสซี่ได้ เธอคิดว่ายังไง?”
ดาราแปรเปลี่ยนมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
“คือ… ก็ได้นะ? ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมนายถึงได้ตื่นเต้นกับการต่อเรือขนาดนี้ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอคงเต็มใจที่จะช่วยนายกับ… เอ่อ… โปรเจกต์ที่นายคลั่งไคล้นี้อยู่แล้ว”
ซันนี่ฉีกยิ้ม
“เยี่ยมเลย! งั้นเราไปชำแหละเจ้าปีศาจนั่นกันเถอะ!”
มันเป็นประโยคที่แปลกที่จะพูดพร้อมกับรอยยิ้ม แต่นี่ไม่ใช่ประโยคที่แปลกที่สุดที่เขาต้องพูดเพื่อโน้มน้าวให้เนฟช่วยเขา