‘พรุ่งนี้ ไว้พรุ่งนี้ค่อยพักผ่อน เติมพลัง แล้วค่อยคิดหาทางกันใหม่ มันต้องเป็นเหมือนที่แคสซี่พูด… ในเมื่อเธอเห็นพวกเราเข้าไปในปราสาทได้ มันก็ต้องมีทาง’
พวกเขามาถึงแคมป์ชั่วคราวก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปโดยสมบูรณ์ ซันนี่ล้มตัวลงนอนบนเตียงใบไม้ที่ทำขึ้นมาลวกๆ หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าและคิดว่า
‘หวังว่าวันนี้ฉันจะไม่ฝันอะไรนะ’
จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
‘ฝันเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ฉันฝันในที่แห่งนี้ได้? โอ ใช่… มันเคยมีความฝันนั่น… หรือว่ามันคือความทรงจำกันแน่? มันเกี่ยวกับอะไรนะ… หือ จำไม่ได้แฮะ…’
เมื่อความคิดนั้นเลือนหายไปจากใจ เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
ในตอนเช้า บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสามคนค่อนข้างจะซึมเซา ดูเหมือนไม่มีใครอยากจะพูดหรือทำอะไร ได้แต่จ้องมองพื้นดินหรือใบไม้ที่พริ้วไหวของต้นไม้มโหฬารอย่างไร้จุดหมาย
นอกเหนือจากความเจ็บปวดจากการค้นพบเมื่อวานแล้ว พวกเขายังหิวอีกด้วย ซากของปีศาจกระดองเริ่มดูน่ากินขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยก็สำหรับซันนี่ อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ถึงขั้นที่จะผิดคำสัญญที่ให้ไว้กับแคสซี่
ในที่สุด เนฟิสก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ เธอหยัดยืนขึ้น มองขึ้นไปข้างบนด้วยความมุ่งมั่นที่แน่วแน่และพูดว่า
“ฉันจะปีนขึ้นไปบนยอดต้นไม้เพื่อสำรวจรอบๆ บางทีฉันอาจจะเห็นอะไรบางอย่างที่เราพลาดไปจากมุมสูงก็ได้”