ซันนี่ เนฟิส และแคสซี่นั่งอยู่บนกิ่งของต้นไม้มโหฬารเพื่อรอให้ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า กิ่งไม้นี้กว้างพอที่จะรองรับคนได้มากกว่าพวกเขาถึงสองเท่า ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กังวลว่าจะถูกสังเกตเห็นจากพื้นดิน ถึงกระนั้น ทั้งสามยังคงนิ่งเงียบและไม่ไหวติง ด้วยความระแวดระวังอสูรกายร่างยักษ์ที่บางครั้งก็ปรากฏตัวขึ้นใต้ที่ซ่อนของพวกเขา
เสียงฝีเท้าของมันส่งความรู้สึกยะเยือกผ่านร่างกายที่ตึงเครียดของผู้หลับใหลทั้งสาม
นับตั้งแต่มาที่ชายฝั่งที่ถูกลืม ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ซันนี่จะหวังให้กลางคืนมาถึงเร็วขึ้น แต่ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ
พวกเขาจะเริ่มขั้นตอนต่อไปของแผนการได้ก็ต่อเมื่อความมืดเข้าปกคลุมเท่านั้น ดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีอะไรทำนอกจากรอ ซันนี่นั่งเอาหลังพิงเนฟและแคสซี่ พลางเหม่อมองไปในระยะไกลและพยายามไม่คิดอะไร
การหมกมุ่นอยู่กับความผิดพลาดในอดีตและความเสี่ยงในอนาคตมีแต่จะบั่นทอนความแน่วแน่ของเขา ซึ่งตอนนี้มันก็มีเหลืออยู่น้อยเต็มที
การพบกับอุปสรรคตั้งแต่เริ่มแผนทำให้ซันนี่เสียจังหวะไปมาก เขายังไม่สามารถทำใจเรื่องการสูญเสียเสียงสะท้อนอันล้ำค่าไปอย่างกะทันหันได้ แน่นอนว่าเขารู้ล่วงหน้าว่าหลายอย่างอาจผิดพลาด… อันที่จริงเขาเคยเตือนพวกเด็กสาวแล้วว่ามันมีปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้มากเกินไป และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพยากรณ์โอกาสสำเร็จได้อย่างแม่นยำ