หนึ่งในเกมที่เขาและแคสซี่ชอบเล่นตอนอยู่ที่ค่ายคือการคุยกันว่าพวกเขาจะซื้ออะไรหลังจากกลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงและกลายเป็นคนรวย แต่เขาต้องสะสมความทรงจำสักสองสามชิ้นเพื่อเอาไปประมูลให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้นเงินจะมาจากไหนล่ะ?
ด้วยความโลภที่ครอบงำ ซันนี่เดินเข้าไปหาเสียงสะท้อนและมองมันด้วยสายตาไม่พอใจ
“นี่แก! หยุดเคี้ยวได้แล้ว!”
เจ้านักเก็บกวาดหยุดนิ่งอย่างเชื่อฟัง ทั้งที่มีชิ้นเนื้อยังห้อยคาปากอยู่
“คายออกมา!”
ซันนี่ส่ายหัวพลางช่วยแคสซี่ปีนขึ้นไปนั่งบนหลังของมันและส่งสายจูงให้เธอ
“ไอ้ตัวประหลาดนี่มันเขมือบเซนจูเรียนไปเกือบครึ่งตัวเลยนะ อะไรของมันเนี่ย? ในบรรดาเสียงสะท้อนทั้งหมดบนโลก ทำไมฉันต้องมาติดแหง็กกับตัวที่มันบกพร่องแบบนี้ด้วยนะ?”
เงาของเขาส่งสัญญาณพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม แสดงออกว่ามันเข้าใจความรู้สึกของเขาอย่างถ่องแท้ ซันนี่หรี่ตามองมัน เป็นการแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันที่หาได้ยากยิ่งนะเนี่ย แต่เดี๋ยวนะ เงาไม่มีเสียงสะท้อนนี่นา…
แล้วที่ว่าติดแหง็กกับตัวบกพร่องเนี่ย หมายถึงใครกันฮะ?
‘ไอ้เงาเจ้าเล่ห์…’
แคสซี่หัวเราะ “อย่าไปว่าพาหนะของฉันสิคะ เขาเป็นเสียงสะท้อนที่ยอดเยี่ยมนะ! ฉันชอบเขามากเลย”
‘กลายเป็น “เขา” ไปแล้วเรอะ?’
ซันนี่ส่ายหัวอีกรอบแล้วเริ่มเลาะเนื้อที่เหลือจากซากเซนจูเรียน จากนั้นเขาก็นำเนื้อใส่ลงในถุงอานที่ทำจากสาหร่ายซึ่งผูกติดกับตัวเสียงสะท้อน