สิ่งมีชีวิตนั้นล็อคเป้าหมายไปที่ซันนี่ที่กำลังถอยหนีและพุ่งเข้าใส่ พยายามจะใช้เคียวเล่มหนึ่งเสียบร่างเขา เศษหินร่วงกราวราวกับน้ำหลากจากกระดองที่มีหนามแหลมของมัน
โชคดีที่ซันนี่อยู่ห่างออกมาพอแล้ว เขาไม่ชะลอความเร็วลงเลยแต่ก้มตัวต่ำ วิ่งต่อไปอีกไม่กี่เมตรแล้วจึงหันกลับมา
ภาพของมอนสเตอร์ที่มีความสูงกว่าสามเมตร พุ่งเข้าหาเขาราวกับรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูงนั้นเพียงพอจะทำให้ใครก็ตามเสียขวัญ ทว่าซันนี่ยังคงปักหลักมั่น ชูดาบสีฟ้าครามขึ้นเหนือศีรษะ
เพราะยังไงเสีย เขาก็คือเหยื่อล่อ
ห่างจากเขาไปเพียงหกเมตร มอนสเตอร์ตัวนั้นก็มาถึงกับดักของพวกเขาในที่สุด
เชือกสีทองที่แทบจะมองไม่เห็นในความมืดและสายฝนที่กระหน่ำลงมา ถูกขึงไว้ระหว่างโขดหินขนาดใหญ่สองก้อนในระดับความสูงเท่ากับข้อต่อขาของมอนสเตอร์ ก่อนหน้านี้ซันนี่ได้ก้มตัวต่ำเพื่อวิ่งลอดใต้เชือกนั้นไป
ด้วยความบ้าคลั่งที่ครอบงำ มอนสเตอร์จึงไม่สังเกตเห็นเชือกที่ขึงตึงและพุ่งเข้าใส่อย่างเต็มแรง หากมันเป็นเชือกธรรมดา ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคงขาดสะบั้นในทันที ทว่าเชือกสีทองคือความทรงจำ และความแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อคือหนึ่งในคุณลักษณะของมัน
โชคร้ายที่ก้อนหินที่ผูกเชือกไว้นั้นเป็นเพียงหินธรรมดา พวกมันแตกกระจายเกือบจะในทันที
แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว