“ข้าไม่รู้เรื่องของดาวสังหารนิรันดรกาลมากนัก และไม่เคยเห็นกับตามาก่อน ตำนานเล่าขานว่าหมื่นปีจะมีดาวสังหารนิรันดรกาลถือกำเนิดขึ้นมาผู้หนึ่ง พวกเขามีคุณสมบัติที่เหนือธรรมดามาตั้งแต่กำเนิด มีภารกิจสังหาร ในวิถียุทธ์ทุกแห่งหนที่เขาผ่านไปล้วนเป็นขุนเขาศพทะเลเลือด สำหรับวิถียุทธ์แล้วนี่เป็นการรักษาให้ฟ้าดินสมดุล แต่สำหรับเผ่ามนุษย์แล้วนับเป็นวิกฤตใหญ่หลวง ทุกคราวที่พบเห็นดาวสังหารนิรันดรกาลปรากฏตัว จะนำมาซึ่งการเข่นฆ่าในมหาพิภพนิลเหลือง”
ฉางเหยาหลิงเริ่มบอกเล่าเรื่องของดาวสังหารนิรันดรกาลที่ตนเองเคยได้ยินมา เมื่อเอ่ยถึงดาวสังหารนิรันดรกาล นางกลับไม่ได้มีท่าทีตอบสนองมากมายนักเพราะไม่เคยได้สัมผัสด้วยตัวเองมาก่อน “ตลอดหมื่นปีมานี้ มหาพิภพนิลเหลืองเคยมีดาวสังหารนิรันดรกาลเกิดขึ้นมาเช่นกัน แม้จะถูกสังหารไปแล้ว แต่โลกเทพยุทธ์กลับนำศพของเขาเข้าไปไว้ในคงคาสวรรค์ ส่วนว่าเหตุใดต้องทำเช่นนั้นข้าก็ไม่แน่ใจเช่นกัน ท่านเทพจื่อหวนก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้แก่ข้า โลกเทพยุทธ์อาจต้องการทำบางสิ่งกับดาวสังหารนิรันดรกาลก็เป็นได้” ฉางเหยาหลิงพูดถึงตรงนี้ก็ส่ายหน้า
เจียงฉางเชิงถามอย่างใคร่รู้ว่า “โลกเทพยุทธ์เป็นเช่นใดกันแน่”
ฉางเหยาหลิงกล่าวว่า “โลกเทพยุทธ์ก็เหมือนกับราชสำนักของเทียนจิ่ง และดินแดนทั้งสามพันก็คือรัฐ แม้โลกเทพยุทธ์จะปกครองมหาพิภพนิลเหลืองแต่ไมอาจควบคุมสำนักและตระกูลสูงศักดิ์ต่างๆ ได้ ทั้งสองฝ่ายขัดแข้