ทำให้พวกเขาผิดหวัง เขาเสนอแผนการใหญ่หลวงจำนวนไม่น้อย และเว้นพื้นที่ให้เหล่าขุนนางได้แสดงความสามารถด้วย
ชื่อของเจียงชั่นเริ่มแพร่ออกไปในเมืองจิงเฉิง ในฐานะโอรสองค์เดียวขององครัชทายาท เขาย่อมเปล่งรัศมีเรืองรองกว่าผู้ใด มูหลิงลั่วก็รักใคร่เขาหนักหนา มักพาเขาไปที่ภูเขาวิญญาณและตระกูลมู
วันคืนเคลื่อนผ่าน เวลาสิบปีผ่านไปอีกแล้ว เจียงฉางเชิงคุ้นเคยกับการ “ลืมตาข้างหนึ่ง” [1] มาสิบปีแล้ว ตราบใดที่ทั่วใต้หล้าไม่มีเรื่องคับขัน เขาก็คร้านจะไปออกหน้า แต่เหตุที่เขาลืมตาข้างเดียวมาตลอดสิบปี ก็เพื่อคอยดูแลคนรอบกาย
เจียงชั่นในวัยสิบขวบได้แสดงพรสวรรค์ออกมาให้เห็นแล้ว ระยะนี้เขาฝึกวิชาอยู่ข้างกายเจียงเทียนมิ่ง โดยมีมูหลิงลั่วเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง ด้วยหวังว่าเจียงเทียนมิ่งจะช่วยส่งแรงกระตุ้นที่ดีต่อความก้าวหน้าของเจียงชั่น เจียงฉางเชิงไม่ได้แต่งตั้งชายาให้เจียงจื่ออวี้ในทันที ซึ่งหมายความว่าเจียงชั่นจะไม่มีทางได้เป็นโอรสสวรรค์ ฉะนั้นในสภาวการณ์เช่นนี้ เจียงชั่นอย่าได้มีใจทะเยอทะยานเป็นดีที่สุด เนื่องจากเจียงจื่ออวี้ได้รับฉายาว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในใต้หล้าแล้ว ด้วยเหตุนี้ผู้คนในใต้หล้าจึงพากันตั้งตารอการเติบโตของเจียงชั่น ซึ่งในความเป็นจริงเจียงชั่นก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนผิดหวัง เพียงแต่เมื่อเทียบกับเจียงจื่ออวี้แล้วก็ยังต่างกันอยู่บ้าง
เจียงฉางเชิงใช้ดวงจิตสำรวจดูเจียงชั่น เมื่อแน่ใจว่าเด็กน้อยคนน