โชคดีที่แคสเซียแสดงออกมากกว่า
“นายคือเด็กผู้ชายคนที่มานั่งกับฉันในโรงอาหารใช่ไหม?”
ซันนี่ยิ้มออกมา ในขณะที่เนฟิสเหลือบมองเด็กสาวตาบอด
“เธอรู้จักเขาเหรอ?”
แคสเซียพยักหน้า
“ฉันจำเสียงเขาได้ ชื่อของเขาคือซันเลส เขาอยู่อันดับรองสุดท้ายในตารางจัดอันดับ อยู่เหนือฉันพอดี”
เด็กสาวร่างสูงขมวดคิ้วราวกับกำลังพยายามนึก จากนั้นเธอก็ถามว่า:
“ไอ้โรคจิตนั่นเหรอ?”
รอยยิ้มหายวับไปจากใบหน้าของซันนี่ แทนที่ด้วยความละเหี่ยใจ
‘โธ่ เอ๊ย!’
แคสเซียลังเลและไม่ได้ตอบอะไร
“เฮ้! ฉันไม่ใช่พวกโรคจิตจริงๆ นะ! ฉันแค่… เอ่อ… พูดอะไรออกไปนิดหน่อย กับผู้หญิงไม่กี่คนเอง มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะ”
เนฟิสนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ในที่สุดเธอจะสลายดาบของเธอทิ้งไป
“ตกลง ออกมาได้แล้ว”
ซันนี่เดินกะเผลกออกมาจากเงา พลางเรียกเงาของตัวเองกลับมา มันไหลมาที่เท้าของเขาและกลับมาติดกันเหมือนเดิม โดยที่เห็นได้ชัดว่ามันกำลังสั่นพั่บๆ ไอ้สารเลวนี่มันกำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่…
เขาหยุดห่างจากเนฟิสไม่กี่เมตรพลางยกมือขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีเจตนาร้าย ดาราแปรเปลี่ยนมองเขาอย่างสงสัย
“ไปโดนอะไรมา?”
เธอหมายถึงท่าทางเดินกะเผลก รอยฟกช้ำ และสภาพที่ดูสะบักสะบอมไปทั้งตัวของเขา ซันนี่ถอนหายใจ
“นักเก็บกวาดกระดอง”
เนฟิสเลิกคิ้วขึ้น:
“นายรอดมาได้งั้นเหรอ?”
‘รอดสิ ไม่รอดได้ไง!’
ซันนี่เผลอยืดหลังตรงโดยสัญชาตญาณ