ตี้ชางสัมผัสถึงความผิดปกติจึงนั่งสมาธิในทันที เขาเพิ่งหลับตาลง จิตสำนึกก็ถูกดึงเข้าไปในภาวะที่อัศจรรย์อย่างหนึ่ง รู้สึกราวกับว่าเขากำลังหมุนคว้างอยู่ ทันใดนั้นสองเท้าเขาก็ลงถึงพื้น
“ฟ้าดินมิทันเบิก ข้าอยู่มาก่อน สามพันมหามรรคา ข้าผู้เดียวปกครอง”
“สถิตทวารวิเศษสวรรค์ชั้นเก้า เบิกปัญญาสรรพชีวิต บรรลุเซียน”
“ยามนี้ข้าคือ…”
เสียงเนิบนาบแต่ก้องกังวานเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูตี้ชาง เขาลืมตาขึ้นมองและอดตกตะลึงไม่ได้
ทะเลเมฆบนท้องฟ้าก่อตัวเป็นวงแหวนหลายวง สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนล่องลอยอย่างเสรี
ทั้งสัตว์อสูรที่ตัวใหญ่เท่าภูเขา ทั้งผู้ฝึกยุทธเผ่ามนุษย์ที่ตัวเล็กแต่กลับมีจำนวนมหาศาล
ทุกชั้นของทะเลเมฆล้วนมีตำหนักขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายแห่งเทพออกไปนับหมื่นตั้งอยู่
แม้จะเป็นผู้อยู่ในขั้นจักรพรรดิฟ้าดินเช่นตี้ชาง ก็เพิ่งเคยพบเห็นภาพเช่นนี้เป็นครั้งแรก เผ่าต่างๆ สามารถอยู่รวมกันอย่างสงบในที่แห่งหนึ่งได้หรือ นี่ยังมีเสียงที่อยู่ภายในหัวอีก…
มรรคาจารย์! มหาพิภพจิตจร? ตี้ชางต้องตกตะลึงชั่วอึดใจนี้ เขาแนใจในความคิดหนึ่ง มรรคาจารย์เป็นเทพเซียนจริงๆ!
ในเวลานี้เอง มีร่างหนึ่งร่อนลงมาจากฟ้าและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าเป็นผู้มาใหม่หรือ”
ตี้ชางถามด้วยความประหลาดใจ “เจ้ารู้ได้เยี่ยงไร”
อีกฝ่ายเป็นคนหนุ่มผู้หนึ่ง เขาหัวเราะลั่น “มีแต่ผู้มาใหม่เท่านั้นจึงจะยืนอยู่บนพื้น ไปกันเถิด ข้าจะพาเจ้าไปบนฟ้า บนฟ้าจึงจะตื่นต