มันเป็นเส้นทางที่ผุพังและแคบจนแทบจะไม่พอให้คนสองคนเดินเคียงข้างกัน ทางนี้ไม่ได้ถูกปูด้วยอิฐ แต่ถูกสกัดออกมาจากหินสีดำด้วยเครื่องมือหรือเวทมนตร์ลึกลับบางอย่าง มันคดเคี้ยวขึ้นไปบนภูเขาราวกับหางของมังกรที่กำลังหลับใหล บางจุดถูกซ่อนอยู่ใต้หิมะ แต่ที่สำคัญที่สุดคือมัน “ราบเรียบ” ซันนี่ไม่เคยรู้สึกดีใจเท่านี้มาก่อนในชีวิตที่ได้เห็นอะไรที่มันราบเรียบ
นักปราชญ์วางเป้สะพายหลังลงและนั่งลงโดยไม่พูดอะไรสักคำ เขาหน้าซีดเผือด หอบหายใจรัวเหมือนปลาที่ขาดน้ำ ถึงกระนั้นบนใบหน้าก็ยังมีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏออกมา
“บอกแล้วไง”
ฮีโร่หนุ่มพยักหน้าให้เขาและมองไปรอบๆ ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็หันกลับมาหาทาสผู้มีชัย:
“ลุกขึ้นเถอะ ยังไม่ใช่เวลามานั่งพัก”
นักปราชญ์กระพริบตาถี่ๆ แล้วมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน
“แค่… ขอแค่ไม่กี่นาทีเถอะ”
ทหารหนุ่มตั้งท่าจะโต้กลับ แต่ซันนี่กลับยื่นมือไปวางบนไหล่ของเขาเสียก่อน ฮีโร่หันมาเผชิญหน้ากับเขา
“มีอะไร?”
“มันหายไปแล้ว”
“อะไรหายไป?”
ซันนี่ชี้ลงไปข้างล่าง ตามทางที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา
“ศพของทาสเจ้าเล่ห์ หายไปแล้ว”
ฮีโร่จ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ซันนี่พยายามจะบอก
‘อ้อ ใช่ พวกเขาไม่รู้ว่าหมอนั่นชื่อทาสเจ้าเล่ห์แฮะ เอิ่ม อึดอัดชะมัด’