“เพราะสัตว์ร้ายตัวนั้นยังไม่ตาย”
คำพูดที่เป็นดั่งลางร้ายนั้นค้างคาอยู่ในความเงียบงัน ดวงตาทั้งสามคู่เบิกกว้างจ้องเขม็งมาที่ซันนี่
“ทำไมถึงพูดแบบนั้น?”
หลังจากทบทวนดูแล้ว ซันนี่ก็ได้ข้อสรุปว่าเจ้าทรราชยังคงมีชีวิตอยู่จริงๆ เหตุผลของเขานั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา นั่นคือเขาไม่ได้ยินเสียงของมนต์ฝันร้ายกล่าวแสดงความยินดีกับการสังหารอสุรกายหลังจากมันตกหน้าผาไป ซึ่งนั่นหมายความว่ามันยังไม่ถูกกำจัด
แต่เขาไม่สามารถอธิบายเรื่องนี้ให้เพื่อนร่วมทางฟังได้
เขาจึงชี้ขึ้นไปข้างบนแทน
“สัตว์ประหลาดนั่นโดดจากความสูงที่เหลือเชื่อลงมาบนลานหินนี้ได้โดยไม่บาดเจ็บเลย แล้วทำไมแค่การตกจากลานหินลงไปข้างล่างถึงจะฆ่ามันได้ล่ะ?”
ทั้งฮีโร่และเหล่าทาสต่างหาข้อโต้แย้งในเหตุผลนี้ไม่ได้เลย
ซันนี่กล่าวต่อ
“นั่นหมายความว่ามันยังคงมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งข้างล่างภูเขานั่น ดังนั้นถ้าเราเดินกลับลงไป ก็เท่ากับว่าเราเดินเอาชีวิตไปประเคนให้ถึงปากของมัน”
ทาสเจ้าเล่ห์สบถออกมาเสียงดังแล้วคลานเข้าไปใกล้กองไฟมากขึ้น จ้องมองเข้าไปในความมืดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นักปราชญ์คลึงขมับตัวเองพลางพึมพำ:
“นั่นสินะ ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้เองนะ?”
ฮีโร่หนุ่มเป็นคนที่ดูนิ่งที่สุดในบรรดาทั้งสามคน หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่งเขาก็พยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นเราจะมุ่งหน้าขึ้นไปและข้ามผ่านช่องเขาไป แต่แค่นั้นยังไม่พอ…”