เขามองไปยังทิศทางที่เจ้าทรราชตกลงไป
“ถ้าสัตว์ประหลาดนั่นยังไม่ตาย มีความเป็นไปได้สูงมากที่มันจะกลับมาที่นี่และไล่ล่าพวกเรา นั่นหมายความว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องรีบเคลื่อนไหวทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้น”
เขาบุ้ยปากไปยังร่างที่ถูกฉีกทึ้งเกลื่อนลานหิน
“เราจะมัวมานอนพักผ่อนทั้งคืนไม่ได้อีกแล้ว เราต้องรวบรวมเสบียงกันตอนนี้เลย ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะทำศพให้คนเหล่านี้อย่างน้อยก็เป็นการฝังแบบเรียบง่ายหลังจากรวบรวมสิ่งของที่จำเป็นจากพวกเขาแล้ว แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะตัดสินให้เป็นอย่างอื่น”
ฮีโร่หยัดยืนขึ้นและชักมีดแหลมคมออกมา ทาสเจ้าเล่ห์เกร็งตัวและจ้องมองใบมีดอย่างระแวดระวัง แต่แล้วเขาก็ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าทหารหนุ่มไม่ได้มีท่าทีก้าวร้าว
“อาหาร น้ำ เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น ฟืน นั่นคือสิ่งที่เราต้องหามาให้ได้ ให้พวกเราแยกย้ายกันทำหน้าที่คนละอย่าง”
จากนั้นเขาก็ชี้เข้าหาตัวเองด้วยปลายมีด
“ฉันจะชำแหละซากวัวเพื่อให้เรามีเนื้อไว้เป็นเสบียง”
นักปราชญ์มองไปรอบๆ ลานหิน—ซึ่งส่วนใหญ่จมอยู่ในเงามืด—แล้วทำหน้าบึ้ง
“ฉันจะไปหาฟืน”
ทาสเจ้าเล่ห์ก็มองซ้ายมองขวาด้วยแววตาประหลาด
“งั้นฉันจะไปหาพวกเสื้อผ้ากันหนาวมาให้พวกเราใส่”
ซันนี่คือคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ ฮีโร่หนุ่มจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง