เมื่อร่ายคาถาลับสุดท้ายเสร็จสิ้น ร่างของไป่อวิ๋นเปียนก็พลันสั่นสะท้าน สีหน้าที่เคยเปล่งปลั่งกลับซีดขาวลงอย่างเห็นได้ชัด หากมองที่โคนผมของเขาในตอนนี้ จะเห็นได้ว่าเส้นผมบางส่วนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวจากโคน นี่คือสัญญาณของการสูญเสียพลังชีวิต เมื่อจิตวิญญาณถูกสังเวย ภาพในโลกสีเลือดก็เริ่มเคลื่อนไหวต่อ เพียงพริบตาภาพอันงดงามวิจิตรก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เมื่อมองเห็นชัดเจนแล้ว ไป่อวิ๋นเปียนก็ถึงกับชะงักงันไป เพราะภาพที่เห็นตรงหน้านี้ชัดเจนว่าเขาเคยพบมาก่อน นี่มิใช่ท้องพระโรงที่ฮ่องเต้ใช้จัดเลี้ยงขุนนางในวังหลวงหรอกหรือ ไป่อวิ๋นเปียนจ้องมองภาพตรงหน้าเขม็ง ไม่กล้าพลาดแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อย ในภาพนั้น ชายหนุ่มในอาภรณ์หรูหรายับยู่ยี่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา ถูกองครักษ์สองนายกดตัวไว้กับพื้น และในภาพนั้นเขายังเห็นเหล่าขุนนางที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้าง รวมถึงฮ่องเต้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรด้วยสีหน้าเดือดดาลด้วย แม้กระทั่งเขายังเห็นเงาร่างของตัวเองอยู่ที่มุมหนึ่งของงานเลี้ยง
“นี่มัน… งานเลี้ยงฉลองพิธีเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ขององค์หญิงหมิงเยว่” ในฐานะหัวหน้าสำนักโหรหลวง เขาแทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในราชสำนักเลย ดังนั้นงานเลี้ยงที่เขาต้องไปปรากฏตัวด้วยตนเองจึงมีไม่มากนัก และงานเลี้ยงฉลองนี้ขององค์หญิงหมิงเยว่ คือหนึ่งในงานที่เขาจดจำได้มากที่สุด เพราะว่าที่นั้นได้เกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผู้คนทั่