หลังจากจดจำเนื้อหาบนกระดาษเหล่านั้นเอาไว้ในใจแล้ว ไป่อวิ๋นเปียนก็หยิบแผ่นหินที่เคยนำออกมาจากวังหลวงขึ้นมา เขาพยายามระงับความตื่นเต้นที่อยู่ในใจ เพื่อวันนี้เขาได้เตรียมการมามากมาย ต้องไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นเด็ดขาด ไป่อวิ๋นเปียนมองดูสิ่งของที่ตนเองเตรียมมาด้วยความยากลำบาก เขาพึมพำกับตัวเองว่า “ครั้งสุดท้ายแล้ว หากครั้งนี้ยังคำนวณไม่ได้ ข้าจะยอมแพ้”
หลังจากพูดจบเขาก็ร่ายคาถาด้วยมือ ทันใดนั้นแผ่นหินก็ลอยขึ้นมาจากพื้นอย่างมั่นคงและล่องลอยอยู่กลางอากาศ ทันทีที่เสียงพูดจบลง คราบเลือดบนแผ่นหินก็เริ่มแยกตัวออกมา เพียงแค่คราบเลือดเล็กน้อยนี้ ไป่อวิ๋นเปียนก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่เดือดพล่านไม่สงบในนั้น ราวกับกำลังต่อต้าน
“แม้ข้าจะไม่อาจเอาชนะตัวเขาได้ แต่จะเอาชนะเลือดเล็กน้อยของเขาไม่ได้ด้วยหรือ” ไป่อวิ๋นเปียนเอ่ยวาจาอย่างเด็ดขาด พร้อมกับเปลี่ยนท่า ในชั่วพริบตาถัดมาคราบเลือดเหล่านั้นก็หลอมรวมกลายเป็นเลือดหนึ่งหยด แล้วหล่นลงบนกลางหว่างคิ้วของเขา ในเวลาเดียวกันนั้น ตาสวรรค์ที่หว่างคิ้วของเขาก็วาบแสง ไป่อวิ๋นเปียนพลันเอ่ยร่ายคาถา “สืบค้นสายเลือด!”
ทันใดนั้นไป่อวิ๋นเปียนก็รู้สึกมึนงง ทั้งร่างราวกับเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยสีเลือด เขายืนอยู่ในโลกสีเลือด จากนั้นก็เห็นภาพต่าง ๆ เริ่มวาบขึ้นตรงหน้าเขา พร้อมกับภาพที่วาบขึ้นเหล่านี้ ไป่อวิ๋นเปียนสัมผัสได้ว่า พลังจิตวิญญาณของตนกำลังถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว