ไม่นานหลังจากนั้น ไป่อวิ๋นเปียนก็ไล่ตามเงาร่างของหลี่เต้าทัน
“ท่านอูอันกง ข้าจะเดินทางกลับด้วยกัน” ไป่อวิ๋นเปียนเอ่ยทักทาย
หลี่เต้าหันกลับมามองนักพรตชราผู้มีความอยากรู้อยากเห็นผู้นี้แวบหนึ่ง ก่อนจะหันหน้ากลับไปเดินต่อตามทางของตน ทว่าไป่อวิ๋นเปียนเองก็หนาทนพอ เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง เขาจึงขยับเข้าไปใกล้แล้วพยายามชวนพูดคุยสอบถามอย่างมีเจตนาแอบแฝง หลี่เต้าไม่สะทกสะทานตลอดทาง จนกระทั่งเดินมาถึงนอกวังหลวง เขาถึงได้เอ่ยปากขึ้นมาเอง “ท่านนักพรตไป่ ข้าขอตัวก่อน” หลังจากพูดจบทั้งร่างก็หายวับไปในความมืด
เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น ไป่อวิ๋นเปียนก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ไม่นานนักเขาก็กวาดสายตามองไปโดยรอบอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ล้วงของสิ่งหนึ่งออกมาจากอก แผ่นหินหักได้ปรากฏอยู่ในมือ สิ่งประหลาดคือตรงกลางแผ่นหินมีรอยเท้าสีน้ำตาลแดงปรากฏอยู่ รอยเท้านี้ไม่ใช่สิ่งอื่นใด มันคือรอยเท้าที่หลี่เต้าทิ้งไว้บนพื้นตอนที่กลายร่างเป็นโครงกระดูกเดินออกมาจากหลุม ไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไร บนรอยเลือดที่เพิ่งทิ้งไว้สด ๆ นี้ พลังชีวิตที่หลงเหลืออยู่บนนั้นกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว เขาต้องลำบากลำบนกว่าจะเก็บรักษาแผ่นหินที่ยังมีพลังชีวิตหลงเหลืออยู่เพียงแผ่นเดียวนีไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องใช้พลังปราณแท้คอยรักษาพลังชีวิตสายนี้เอาไว้ตลอดเวลา มิเช่นนั้นพลังชีวิตสายนี้คงจะสลายไปนานแล้ว
‘คอยดูต่อไปอีกสักพั