ฝ่าบาทไม่ได้สวรรคตไปแล้วหรอกหรือ ทำไมยังถูกกดทับจนหายใจไม่ออกและยังกรนอยู่ได้
“ท่านขันทีจ้าว…” องค์หญิงหมิงเยว่หันไปมองจ้าวฉง
ตึง! ทันใดนั้น จ้าวฉงก็พลันคุกเข่าลงกับพื้นทันที “ขอองค์หญิงโปรดอภัยให้กระหม่อม อันที่จริงฝ่าบาทยังไม่ได้สวรรคต”
“ยังไม่ได้สวรรคต?” เมื่อได้ยินคำพูดนั้น สายตาที่สับสนขององค์หญิงหมิงเยว่ก็ค่อย ๆ กลับมากระจ่างขึ้น
“พะยะค่ะ เพราะว่าอูอันกง…” จากนั้นจ้าวฉงก็ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ฟังทั้งหมด แนันอนว่าเรื่องที่เขาล่วงเกินร่างของฮ่องเต้นั้น เขาไม่ได้พูดถึงเลยแม้แต่คำเดียว หลังจากฟังคำพูดของจ้าวฉงจบ องค์หญิงหมิงเยว่ก็หันกลับไปมองร่างฮ่องเต้บนแท่นบรรทมอีกครั้ง ความโศกเศร้าในดวงตาค่อย ๆ จางหายไป ในเมื่อฮ่องเต้ยจงไม่สวรรคต นางจะเศร้าโศกไปทำไมกัน ทว่าทันใดนั้นใบหน้าขององค์หญิงหมิงเยว่ก็แดงก่ำขึ้น เพราะนางนึกถึงคำตัดพ้อที่ตนเองได้เอ่ยออกมาตอนที่ซบอยู่บนร่างของฮ่องเต้ผู้เป็นบิดา ความอับอายพลันท่วมท้นในพริบตา
“ท่านขันทีจ้าวฉง…” จ้าวฉงก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ
“หลี่เต้า…” องค์หญิงหมิงเยว่เงยหน้ามองไปทางหลี่เต้า ที่ไม่รู้ว่าไปนั่งดื่มชาอยู่ตั้งแต่เมื่อใด
เมื่อได้ยินเสียงเรียก หลี่เต้าก็ยกถ้วยชาขึ้นพลางเอ่ยว่า “องค์หญิงทรงเรียกหากระหม่อม มีธุระอะไรหรือพะยะค่ะ?”
องค์หญิงหมิงเยว่มองดูหลี่เต้าที่นั่งอยู่ในท่าทางไม่สำรวม และยังเปิดเผยร่างกายท่อนบน ทันใดนั้นคำพูดท