ี่จะเอ่ยออกมาก็ติดอยู่ที่ริมฝีปาก นางจะพูดอะไรดี? จะตำหนิหลี่เต้าที่ช่วยชีวิตฮ่องเต้โดยพลการทำให้นางต้องขายหน้าหรือ? ทั้งที่หลี่เต้าเพิ่งจะช่วยพลิกวิกฤตให้แคว้นต้าเฉียนรอดพ้นจากหายนะเช่นนี้ จนถึงตอนนี้ ภาพอันน่าสยดสยองของหลี่เต้าที่มีสภาพเหมือนโครงกระดูกยังคงติดตาไม่จางหาย นางจึงไม่อาจเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมาได้ องค์หญิงหมิงเยว่สูดหายใจลึก “ไม่เป็นไร เจ้าพูดต่อไป”
ที่ด้านข้าง ไป่อวิ๋นเปียนแอบชูนิ้วโป้งให้หลี่เต้า หลี่เต้ายกถ้วยชาขึ้นคำนับแต่มิได้เอ่ยวาจาใด หลังจากนั้นองค์หญิงหมิงเยว่ก็ลงมือตรวจดูอาการของฮ่องเต้ด้วยตนเอง ภายใต้การชี้แนะของจีหมิงเยว่ นางก็สามารถยืนยันสภาพของฮ่องเต้ในยามนี้ได้อย่างรวดเร็ว
จีหมิงเยว่วิเคราะห์ในใจ “ร่างกายของฝ่าบาทอ่อนแอลงอย่างรุนแรง พลังชีวิตขาดหาย โชคดีที่ในร่างของพระองค์ยังมีพลังบางอย่างคอยเติมเต็มพลังชีวิต มิเช่นนั้นฝ่าบาทคงสิ้นพระชนม์อย่างแน่นอน นี่คงเป็นวิชาของอูอันกงกระมัง”
องค์หญิงหมิงเยว่ถาม “แล้วเมื่อใดฝ่าบาทจึงจะทรงฟื้น”
จีหมิงเยว่ตอบ “คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เนื่องจากก่อนหน้านี้ร่างกายอ่อนแอมาก ถึงแม้ตอนนี้จะมีพลังจากภายนอกคอยเติมเต็ม แต่ก็ต้องใช้เวลาในการดูดซับสักพักจึงจะฟื้นคืนสู่สภาพปกติได้”
“แต่เจ้าไม่ต้องกังวลมากนัก ตราบใดที่พลังที่คอยเติมเต็มนั้นยังไม่สลายไป ฝ่าบาทก็จะไม่เป็นอันตราย”
“เจ้าควรปฏิบัติต่ออูอันกงให้ดีกว่านี้ ดูจากสถานการณ์ตอน