นี้ มีเพียงวิชาของเขาเท่านั้นที่จะรักษาพลังชีวิตในร่างของฝ่าบาทไว้ได้ หากต้องการให้ฝ่าบาทมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็ต้องพึ่งพาเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น องค์หญิงหมิงเยว่จึงเหลือบมองไปทางหลี่เต้า นางคิดในใจว่า “ตราบใดที่เขาไม่มาแย่งเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ไป การยอมอ่อนข้อให้เขาบ้างก็คงไม่เป็นไร” องค์หญิงหมิงเยว่มิใช่คนที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ความไม่พอใจที่นางมีต่อหลี่เต้านั้น ก็เพียงแค้เพราะเสี่ยวอวี่เอ๋อร์สนิทสนมกับเขาเกินไป ทำให้นางรู้สึกหึงหวงเท่านั้น ส่วนในด้านอื่น ๆ องค์หญิงหมิงเยว่กลับรู้สึกชื่นชมและซาบซึ้งใจมากกว่า แน่นอนว่าถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ก็ต้องแยกแยะให้ชัดเจน หลังจากแน่ใจแล้วว่าฮ่องเต้ไม่มีปัญหาใด องค์หญิงหมิงเยว่จึงมอบหมายให้จ้าวฉงคอยดูแลฮ่องเต้อีกครั้ง
“ท่านขันทีจ้าว รบกวนท่านช่วยดูแลฝ่าบาทด้วย”
จ้าวฉงก้มหน้าตอบว่า “นี่เป็นหน้าที่ที่กระหม่อมพึงกระทำอยู่แล้วพะยะค่ะ”
“แต่หากกระหม่อมอยู่ดูแลฝ่าบาทแล้ว ทางองค์หญิง…”
“ไม่เป็นไร” องค์หญิงหมิงเยว่เหลือบมองไปทางหลี่เต้าก่อนจะเอ่ย “พลังมังกรปกปองร่างกายของข้าอยู่ทั่วทั้งเมืองหลวงนี้ นอกจากอูอันกงแล้วคงไม่มีผู้ใดทำอันตรายข้าได้”
“อีกอย่าง ถึงจะมีคนทำได้ แต่ด้วยความสามารถของอูอันกงแล้ว เขาก็คงปกป้องข้าได้อย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวฉงก็มองไปที่หลี่เต้าแล้วพยักหน้า จากนั้นจึงกล่าวว่า “ท่านอูอันกง ข้าขอฝากความปลอดภัยขององค