ข้าไปในชุดนักพรตด้วยสีหน้าสงบนิ่ง มีเพียงริมฝีปากที่แดงระเรื่อขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดราวกับทาชาดไว้ ไป่อวิ๋นเปียนพึมพำในใจ “หึ ๆ นักพรตเฒ่าอย่างข้าเตรียมพร้อมมาก่อนแล้ว”
เมื่อองค์หญิงหมิงเยว่เห็นภาพนั้นแล้วก็งุนงง จึงเอ่ยปากถาม “นักพรตไป่ ท่าน…”
“กระหม่อมล่วงเกินแล้วองค์หญิง ขอทูลลา” เมื่อพูดจบไป่อวิ๋นเปียนก็เดินตามทิศทางที่หลี่เต้าจากไปโดยไม่หันกลับมามองทันที ทิ้งให้องค์หญิงหมิงเยว่ยืนงุนงงอยู่ที่เดิม
จีหมิงเยว่เห็นร่างของไป่อวิ๋นเปียนที่รีบร้อนจากไป ไม่ได้พูดอะไรกับองค์หญิงหมิงเยว่มาก เพียงหลับตาลงอีกครั้ง หลังจากเดินออกมาไกลแล้ว ไป่อวิ๋นเปียนก็ถอนหายใจยาวอย่างอดไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเมื่อครู่ที่อยู่ภายใต้สายตาขององค์หญิงหมิงเยว่ เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ราวกับว่าได้ไปยุ่งกับสิ่งที่ไม่ควรยุ่ง แน่นอนว่าความผิดปกตินี้ไม่ใช่ความชั่วร้ายของปีศาจ แต่เป็นความผิดปกติในอีกรูปแบบหนึ่ง
‘ยุคสมัยนี้ ทำไมถึงไม่มีคนปกติสักคนเลย’