็พอแล้ว หากเกินเลยไปมากกว่านี้ เขาก็เกรงว่านางจะไม่ยอมให้เสี่ยวอวี่เอ๋อร์พบเขาอีก อย่างไรเสียนาวก็เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเสี่ยวอวี่เอ๋อร์”
หลังจากโบกมือลา หลี่เต้าก็ผูกเสื้อคลุมไว้ที่เอวแล้วหมุนร่างเดินจากไปทันที ที่ด้านข้าง ไป่อวิ๋นเปียนมององค์หญิงหมิงเยว่และหลี่เต้าด้วยสีหน้าประหลาด แม้ว่าจะเคยเห็นข่าวลือของคนทั้งสองในหนังสือพิมพ์มาก่อน แต่เมื่อได้เห็นกับตาตนเองแล้ว เขาก็พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองซับซ้อนยิ่งกว่าที่คิดไว้มากนัก เขาจึงอดใจไม่ไหวแอบเปิดตาสวรรค์เพื่อจะดูองค์หญิงหมิงเยว่โดยไม่รู้ตัว
ณ พื้นที่จิตวิญญาณแห่งหนึ่ง จีหมิงเยว่นั่งขัดสมาธิอยู่ภายใน มีจิ้งจอกขาวตัวหนึ่งเดินวนเวียนรอบกาย ในยามนี้นางกำลังย่อยพลังมังกรและชะตาแผ่นดินที่ดูดกลืนมาจากร่างของเจียนจื่อเต้าอยู่ ทันใดนั้นนางก็พลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่งในความมืดมิด จึงลืมตาขึ้น หลังจากมองเห็นนักพรตไป่อวิ๋นเปียนผ่านดวงตาขององค์หญิงหมิงเยว่ จีหมิงเยว่ก็เข้าใจทันที ดังนั้น…
“ซู่!”
ในโลกแห่งความเป็นจริง ไป่อวิ๋นเปียนยังไม่ทันได้มองให้ชัด ๆ ก็เห็นใบหน้าจิ้งจอกขนาดมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้า ในชั่วขณะถัดมาศีรษะของเขาก็พลันปวดแปลบขึ้นมาทันที ขมับของไป่อวิ๋นเปียนกระตุกเล็กน้อย ในใจมีการเตือนภัยขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ จากนั้นเขาก็ล้วงผ้าเช็ดหน้าปักลายออกมาจากชุดนักพรตอย่างคล่องแคล่ว ปิดปาก… อ้าปาก… ห่อ… สุดท้ายก็เก็บผ้าเช็ดหน้าปักลายกลับเ