หลี่เต้าจะไม่เข้าใจวิชายุทธ์ประเภทหมัดฝ่ามือและเท้าเหล่านี้ แต่เขามีสายตาที่ว่องไว มือเท้าคล่องแคล่ว และพละกำลังมหาศาล อาศัยเพียงพละกำลังและความเร็วของตนเอง เขาก็สามารถรับมือกับเงาหมัดที่แผ่ไปทั่วฟ้าได้โดยตรง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเวลาผ่านไป หลี่เต้าก็อาศัยพลังของตนเองเพิ่มความเร็วในการโจมตีมากขึ้นเรื่อย ๆ ชั่วขณะนั้นเจียนจื่อเต้าที่เป็นฝ่ายรุกก่อนกลับเริ่มตามไม่ทันเสียเอง
นี่มัน… เจียนจื่อเต้าเริ่มรนรานขึ้นมาทันที ทว่าหลี่เต้ายังคงสงบนิ่ง เขายอมรับว่าอัครเสนาบดีผู้นี้มีวรยุทธ์สูงส่ง วิชาเองก็ไม่ใช่ฟ่อนแฝ้น แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง หลังจากประมือกันมานานเขาพบว่าจุดอ่อนที่สุดของเจียนจื่อเต้าคือประสบการณ์การต่อสู้จริง อาจเป็นเพราะมั่นใจในวรยุทธ์ของตนมากเกินไป จึงคิดแต่จะใช้กำลังข่มผู้อื่น แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลี่เต้าที่ใช้วิธี ‘ใช้กำลังข่มคน’ เช่นกัน จึงเริ่มเสียเปรียบเช่นนี้ หลังจากผ่านไปหลายสิบลมหายใจ เจียนจื่อเต้าที่ถูกกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ จังหวะการต่อสู้ก็เริ่มสับสนวุ่นวาย ในที่สุดหลี่เต้าก็ฉวยโอกาสคว้าจังหวะมาได้ เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้เจียนจื่อเต้าก็พลันรู้สึกร้อนใจขึ้น แต่ไม่นานก็กลับมาสงบสติอารมณ์ลงได้
เพราะเขาสังเกตเห็นแล้วว่า พลังที่หลี่เต้าแสดงออกมานั้นแตกต่างจากพลังที่ได้จากการบำเพ็ญตนตามแบบปกติ เขามีการคุ้มครองเทพมนุษย์อยู่ และเทพมนุษย์นั้นสามารถต้านทานพลังอันรุนแรงเช