วนก็ปรากฏขึ้นมารายล้อมกายของเขา เมื่อมองจากพื้นดินขึ้นไปบนท้องฟ้าที่หลี่เต้ายืนอยู่ จะเห็นอาวุธสีเลือดหลากหลายรูปแบบลอยอยู่เต็มท้องฟ้า
หลี่เต้าพลันโบกมือลง จากนั้นอาวุธสีเลือดทั้งหมดก็แหวกผ่านอากาศพุ่งลงไปยังจุดที่เจียนจื่อเต้าร่วงลงมา ในชั่วขณะต่อมาลานกว้างนอกพระที่นั่งไท่เหอก็จมอยู่ในแสงสีแดงเป็นหย่อม ๆ แรงสั่นสะเทือนอันมหาศาลทำให้วังหลวงและเขตพระราชฐานทั้งหมดสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพการบดขยี้เช่นนี้ทำเอาผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างตะลึงงันไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะกับจ้าวฉงและอีกสามคนที่ลอยอยู่เหนือพระที่นั่งไท่เหอ
แรกเริ่มนั้นองครักษ์ทั้งสามยังคงรักษาท่าทีปกติไว้ได้ แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้แล้ว พวกเขาก็ไม่อาจรักษาสีหน้าเอาไว้ได้อีกต่อไป ตรงกันข้ามกับจ้าวฉงที่อยู่ด้านข้าง เขากลับมีรอยยิ้มบางผุดขึ้นบนใบหน้า
“ท่านองครักษ์ทั้งสาม ตอนนี้พวกท่านคิดเห็นเช่นไร?” คำพูดที่เคยกล่าวไว้ย่อมเป็นดังตราประทับ เมื่อมาถึงระดับของพวกเขาแล้ว หน้าตาในสังคมนั้นสำคัญยิ่ง คำพูดที่เอ่ยออกไปแล้วก็ไม่ง่ายที่จะเรียกกลับคืนมา
หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยสีหน้าดำทะมึนว่า “อย่าเพิ่งได้ใจเร็วไปนัก ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนกว่าจะถึงตอนจบ”
บนท้องฟ้า อาวุธปราณโลหิตกระหน่ำลงมาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่าไม่หยุดหย่อน แต่หลี่เต้ากลับไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบเสียที จึงทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย การคุ้มครองเทพมนุษย์ถูกฉีกขาดแล้ว ต