ทว่าภาพที่ทุกคนจินตนาการไว้กลับไม่ปรากฏขึ้น หลี่เต้ายืนนิ่งอยู่กับที่ เขาก้มมองรอยฝ่ามือที่ประทับอยู่บนหน้าอกครู่หนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นพลางยิ้มบางกล่าวว่า “ไร้เรี่ยวแรงแล้วหรือ กินข้าวหรือยัง?”
จ้าวจื่อเต๋าสีหน้าเคร่งขรึม กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ในชั่วขณะถัดมาเท้าข้างหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาจากความว่างเปล่า
โครม!
เสียงคลื่นกระแทกดังขึ้นระหว่างทั้งสอง เงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านอากาศลอยกระเด็นออกไป ทิ้งร่องลึกไว้บนพื้นตลอดทางจนกระทั่งชนเข้ากับกำแพงที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยจั้งจึงหยุดลง เสียงสนั่นหวั่นไหวดังเข้าหูของทุกคน ทุกคนมองไปยังควันฝุ่นที่เกิดจากการถล่มของกำแพง จากนั้นก็ค่อยๆ หันไปมองหลี่เต้าที่กำลังลดขาลงอย่างแข็งทื่อ
พลังที่จ้าวจื่อเต๋าแสดงออกมานั้นน่าตกตะลึงมากแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมียอดฝีมืออีกคนที่เก่งกาจกว่านี้ ก็เหมือนกับยอดฝีมือไร้เทียมทานถูกสังหารในพริบตา ทุกคนต่างคิดว่าบุคคลผู้นั้นไร้เทียมทาน แต่แล้วจู่ๆ ก็มีคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาสังหารคนที่พวกเขาคิดว่าไร้ผู้ใดต้านทานได้ในชั่วพริบตา
ความรู้สึกที่พลิกผันเช่นนี้ทำให้หัวใจของผู้คนสั่นสะท้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่าขุนนางที่สนับสนุนจ้าวจื่อเต๋า
“เจ้าหนู… ช่างน่าโมโหนก” หยางหลินที่ก่อนหน้านี้ยังกระวนกระวายใจอยู่ อดสบถออกมาไม่ได้เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ หลี่เต้าคงจะซ่อนไพ่เด็ดเอาไว้มาโดยตลอด ในขณะเดีย