วกันกลุ่มของเถียซานเหนียงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“พี่หลี่เก่งจริง!” เถียซานเหนียงกล่าวอย่างตื่นเต้น เถียจิงซานที่อยู่ข้างๆ มองบุตรสาวของตนแวบหนึ่ง แล้วเหลือบมองหลี่เต้าที่อยู่ไม่ไกล ในดวงตามีความนัยบางอย่างจึงพูดขึ้น
“ท่านพี่เก่งจัง เอาชนะคนชั่วได้แล้ว” เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เองก็ปล่อยมือจีหมิงเยว่ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ แล้วแกว่งกำปั้นน้อยๆ พลางเอ่ยขึ้น
จีหมิงเยว่จ้องมองเงาด้านหลังของหลี่เต้าด้วยสายตาแปลกประหลาด ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ฝุ่นควันสลายไปเผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ภายใน เมื่อมองเห็นได้ชัดเจนแล้วผู้ที่สนับสนุนจ้าวจื่อเต๋าก็ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก เห็นเพียงสภาพของจ้าวจื่อเต๋าในยามนี้ นอกจากอาภรณ์ที่ดูยับยู่ยี่อยู่บ้างก็ไม่ได้ดูย่ำแย่มากนัก
“อู่อันกง ดูเหมือนข้าจะประเมินเจ้าต่ำเกินไปแล้ว” จ้าวจื่อเต๋าปัดฝุ่นบนร่างกายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความนัยลึกซึ้ง “แต่ต่อจากนี้เจ้าคงไม่มีโชคดีเช่นนี้อีกแล้ว”
เสียงพูดนั้นเพิ่งจะขาดคำ พื้นดินรอบเท้าของจ้าวจื่อเต๋าก็แตกระเบิดออกในชั่วพริบตา บนท้องฟ้าที่มืดสนิทก็พลันเมฆลมที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างเลือนลาง ภายใต้อิทธิพลพลังของจ้าวจื่อเต๋าทั้งฟ้าและดินต่างเปลี่ยนสีไป ทันใดนั้นจ้าวจงและองครักษ์ทั้งสามคนก็ต่างเปลี่ยนสีหน้าไปเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
“นี่มัน… กลิ่นอายของเทพมนุษย์!”
แม้ว่าระดับมหาราชาปรมาจารย์จะสามารถควบคุมพลังแห่งดินฟ้าได้ แต่การใช้เ