าจนก”
จีหมิงเยว่ทำเพียงแค่แย้มยิ้มเล็กน้อยไม่ได้โกรธแต่อย่างใด เรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงการเล่นสนุกเท่านั้น เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าปัญหาอยู่ที่ใด ทุกคนจึงก้มหน้าลงไม่กล้าที่จะมองต่อไป
ในตอนนั้นเองจีหมิงเยว่พลันเอ่ยปากขึ้นว่า “เจ้าต้องการขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ ข้าขอถามเจ้าสักอย่าง เมื่อเจ้าขึ้นครองราชย์แล้วจะจัดการกับข้าเช่นไร”
“จัดการ?” จ้าวจื่อเต๋าส่ายหน้า “คำพูดนี้ไม่ถูกต้อง ข้าจะทำเกินเลยต่อองค์หญิงได้อย่างไร”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องการทำอะไร?”
“มีเรื่องหนึ่งที่องค์หญิงอาจไม่ทราบนั่นก็คือ บุตรชายของข้าได้หลงรักองค์หญิงมาหลายปีแล้ว”
จ้าวจื่อเต๋ากล่าวว่า “ในปีที่องค์หญิงมีพิธีเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ข้าเคยมีความตั้งใจที่จะทูลขอพระราชทานสมรสจากฝ่าบาท”
“เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นองค์หญิงก็ทรงทราบดี”
“เนื่องด้วยเหตุการณ์ในครั้งนั้น บุตรชายของข้าถึงกับคลุ้มคลั่งอยู่หลายครั้ง ไม่ยอมกินไม่ยอมนอน”
“ด้วยความจำใจสุดท้ายจึงต้องส่งเขาไปพักรักษาตัวที่สำนักใหญ่แห่งหนึ่ง”
“หากข้าได้ขึ้นครองราชย์ก็จะเรียกบุตรชายกลับมารับตำแหน่งรัชทายาท ด้วยความรู้สึกที่เขามีต่อองค์หญิงแล้วคงจะไม่ปฏิเสธการอภิเษกกับพระองค์”
“เมื่อถึงตอนนั้นบุตรชายของข้าจะได้เป็นรัชทายาท และบุตรที่เกิดมาในภายหน้าก็จะได้เป็นองค์ชายรัชทายาท อีกทั้งด้วยตัวองค์หญิงเองก็จะมีสายเลือดตระกูลจ้าวสืบทอดต่อไป”
“บุตรชายของกระหม่