าวจื่อเต๋าต่างสั่นสะท้านไปตามๆ กัน
เมื่อเห็นจ้าวจงไม่มีท่าทีที่จะลงมือโจมตีอีก จ้าวจื่อเต๋าจึงหันไปมองจีหมิงเยว่ ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นว่า “องค์หญิงหมิงเยว่ ท่านคิดว่าท่านเหมาะสมที่จะขึ้นครองราชบัลลังก์หรือไม่”
ในตอนนั้นเองทุกคนจึงนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาถกเถียงกันมาตั้งมากมาย แต่ยังไม่ได้ดูว่าตัวผู้เกี่ยวข้องมีปฏิกิริยาอย่างไร
เมื่อเห็นว่ามีคนเอ่ยถึงตน จีหมิงเยว่ก็ลูบเส้นผมของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ ทันใดนั้นใบหน้างดงามก็พลันผุดรอยยิ้มบางขึ้นมา “แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงคิดว่าเขาเหมาะสมกว่าข้าเล่า”
เผยหนึ่งยิ้มเสน่ห์ผลิบาน เมื่อจีหมิงเยว่เผยรอยยิ้ม ผู้คนที่ได้เห็นภาพนี้ก็พลันรู้สึกว่าภาพตรงหน้าถูกเคลือบด้วยสีสันที่แปลกตา ประหนึ่งมีม่านกรองแสงมาวางไว้ ในสถานการณ์เช่นนี้เสน่ห์ของจีหมิงเยว่ในสายตาผู้คนพุ่งสูงถึงขีดสุด
“องค์หญิง… องค์หญิงก็เหมาะสมเช่นกันพะยะค่ะ”
“ข้าไม่สนับสนุนรัชทายาทแล้ว ข้าจะสนับสนุนองค์หญิง”
“องค์หญิง ข้าจะสนับสนุนพระองค์!”
จากนั้นเหล่าขุนนางที่เคยตะโกนสนับสนุนจ้าวจื่อเต๋าก็พลันเปลี่ยนใจในบัดดล ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้จ้าวจงและคนอื่นๆ ต่างตะลึงงัน
“ชู่” ทันใดนั้นก็มีเสียงแค่นหัวเราะเย็นชาดังขึ้น
ภายใต้เสียงนั้นเหล่าขุนนางฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารที่กำลังเคลิบเคลิ้มต่างชะงักสีหน้า พอได้สติกลับคืนมาพวกเขาก็สะดุ้งโหยง เมื่อครู่นี้พวกเขาเป็นอะไรไป
จ้าวจื่อเต๋าหรี่ตามองจีหมิงเยว่ “องค์หญิงช่างเก่งก