าร!”
จากนั้นหลี่เต้าก็หยิบพระราชโองการขึ้นมาแล้วประกาศว่า “ประกาศราชโองการ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งว่า เนื่องด้วยร่างกายของเราป่วยไข้ เวลาที่เหลืออยู่มีไม่มากนัก จึงได้ออกพระราชโองการฉบับสุดท้ายนี้มอบให้อูอันกง”
“ให้เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางทั้งหลายเป็นสักขีพยานต่อหน้าพระราชโองการ”
“ณ ที่นี้เราจะเลือกผู้สืบราชบัลลังก์”
“นับจากวันนี้เป็นต้นไป ให้…” ทันใดนั้นเมื่อหลี่เต้าอ่านมาถึงตรงนี้เขาก็หยุดชะงักไป ไม่ใช่เพราะเขาอ่านหนังสือไม่ออก และไม่ใช่เพราะเขาไม่พอใจในการเลือกองค์รัชทายาทของฮ่องเต้
แต่เป็นเพราะในพระราชโองการนี้ไม่มีพระนามขององค์รัชทายาทเลย ในช่องพระนามองค์รัชทายาทถูกเว้นว่างเอาไว้ นั่นหมายความว่าฮ่องเต้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะเลือกผู้ใดขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ เรื่องนี้ทำให้เขานึกถึงตอนที่ฮ่องเต้ถามเขาก่อนสิ้นพระชนม์ว่า สามารถไว้วางพระทัยเขาได้หรือไม่ ที่แท้ความไว้วางพระทัยที่ว่านี้ก็คือการให้เขาช่วยเลือกฮ่องเต้องค์ใหม่นั่นเอง ฮ่องเต้สมัยนี้บ้าบิ่นถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ไม่เลือกฮ่องเต้เองกลับให้ขุนนางมาช่วยเลือก
ไม่กลัวหรือว่าเขาจะเลือกส่งเดช หรือเขียนชื่อตัวเองลงไปเสียเลย แน่นอนว่าการเลือกส่งเดชนั้นเป็นไปได้ แต่การเขียนชื่อตัวเองลงไปนั้นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด โลกใบนี้ไม่เหมือนชาติก่อนที่จะสามารถแย่งชิงบัลลังก์กันได้ตามใจชอบ หากไม่สามารถโค่นล้มราชวงศ์ตระกูลจ้าวได้ ผู้ที่ไม่ใช่สายเลือดของ