ด้วยการรับรู้ที่เฉียบคมของหลี่เต้า เขาย่อมสังเกตเห็นความผิดปกติของจ้าวฉงในขณะนี้ได้อย่างรวดเร็ว สายตาของเขาจึงจับจ้องไปที่จ้าวเหนียนและคนอื่น ๆ ที่เพิ่งมาถึงทันที ไม่นานนักสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่สี่คนที่ติดตามจ้าวเหนียน หลี่เต้าพลันขมวดคิ้ว เขามองออกได้ในทันทีว่าทั้งสี่คนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา หลี่เต้าหันไปถามเสียงเบา “รู้จักพวกเขาหรือ?”
“อืม” จ้าวฉงมองด้วยสายตาที่เคร่งขรึมแล้วกล่าวว่า “ในสี่คนที่ติดตามรัชทายาทนั้น สามคนเป็นองครักษ์ที่เคยไปที่จวนอัครเสนาบดี”
“ส่วนคนที่เหลือคือพ่อบ้านของจวนอัครเสนาบดี”
จ้าวฉงขมวดคิ้ว “หรือว่าหลังจากอัครเสนาบดีสิ้นชีวิต รัชทายาทก็ไปเอาคนของเขามา”
“แต่ว่าพ่อบ้านแห่งจวนอัครเสนาบดีจะติดตามรัชทายาทได้อย่างไรกัน”
การปรากฏตัวของจ้าวเหนียนได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย เพราะ ‘ความตายของฮ่องเต้’ ทุกคนจึงรู้ว่าสำคัญที่สุดได้ปรากฏขึ้นแล้ว นั่นก็คือใครจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ และในเวลานี้อาจกล่าวได้ว่ารัชทายาทได้นั่งบนบัลลังก์มังกรไปครึ่งก้นแล้ว อย่างไรเสียเขาก็เป็นองค์รัชทายาทอยู่แล้ว และก่อนหน้านี้ยังกุมอำนาจผู้สำเร็จราชการแผ่นดินด้วย
“ขอพระองค์ทรงพระเจริญ องค์รัชทายาท!” เมื่อ ‘จ้าวเหนียน’ เดินเข้ามา เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่าง ๆ ก็ลุกขึ้นคารวะด้วยความเคารพ มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่ขยับเขยื้อน เพียงแต่มองดูเงียบ ๆ
ในนั้นรวมถึงจ้าวคัง จ้าวหย่ง กลุ่มตระกูลเ