ถีย และไทเฮา ภายใต้การหลีกทางของผู้คน เจียนจื่อเต้าก็ได้มาถึงบันไดอย่างรวดเร็ว
“เสด็จพ่อ ลูกมาสายเกินไป” การที่เขาผู้มีสายเลือดของจ้าวเหนียนเรียกเช่นนี้ก็นับว่าไม่ผิด หลังจากตะโกนจบ เจียนจื่อเต้าก็เงยหน้ามองไปที่จ้าวฉงและคนอื่นอีกสองคนแล้วเอ่ยว่า “ท่านขันที ฝ่าบาทสวรรคตแล้ว ท่านในฐานะขันทีคนสนิทของฝ่าบาทเรียกพวกเราทั้งหมดมาที่นี่ คงจะมีพระราชโองการที่ต้องประกาศกระมัง”
จ้าวฉงพยักหน้า “องค์รัชทายาทตรัสได้ไม่ผิด”
เจียนจื่อเต้ากวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายต่างมากันพร้อมหน้า ท่านสามารถประกาศพระราชโองการได้แล้ว”
จ้าวฉงส่ายหน้า “ยังขาดอีกหนึ่งคน”
“ขาดอีกหนึ่งคน?” เหล่าขุนนางด้านล่างต่างขมวดคิ้วพลางพากันมองไปรอบ ๆ บุคคลสำคัญทั้งหมดมาครบแล้ว ยังจะขาดใครไปได้อีก เดี๋ยวก่อน! ท่านอัครเสนาบดียังไม่มา หรือว่ากำลังรอท่านอัครเสนาบดีอยู่?
จ้าวฉงเห็นทุกคนสงสัยจึงเอยว่า “ทุกท่านไม่ต้องคิดมาก ตอนนี้ยังขาดองค์หญิงหมิงเยว่ที่ยังไม่มา”
“รอจนองค์หญิงหมิงเยว่มาถึงก่อน จึงจะสามารถประกาศพระราชโองการครั้งสุดท้ายของฝ่าบาทได้”
“องค์หญิงหมิงเยว่หรือ?” ผู้คนทั้งหลายต่างเข้าใจได้ในทันที เนื่องจากองค์หญิงหมิงเยว่ไม่ได้ออกมาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะมาหลายปีแล้ว จึงทำให้หลายคนลืมนางไปโดยไม่รู้ตัว
“เพียงแค่หญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้น ไม่สำคัญอะไร จำเป็นด้วยหรือที่ต้องรอนางมาก่อน ประกาศพระรา