ยเพียงการวิเคราะห์ของเขากับหยางหลินเท่านั้น จนกระทั่งบัดนี้จึงได้เข้าใจแล้วว่าปัญหาอยู่ที่ตรงนี้ จ้าวฉงพยักหน้า “ด้วยเหตุนี้เอง ตอนนี้จึงยังไม่เหมาะที่จะให้ฝ่าบาทดำเนินการต่อไป จำเป็นต้องเลือกผู้สืบทอดคนใหม่ขึ้นมา”
“ผู้สืบทอดคนใหม่…” หลี่เต้าก้มมองพระราชโองการในมือก่อนจะถามว่า “ไม่ทราบว่าผู้สืบทอดคนใหม่จะเป็นผู้ใด”
จ้าวฉงเอ่ยเตือนว่า “ท่านอูอันกง พระราชโองการฉบับนี้ต้องเปิดต่อหน้าขุนนางทั้งหลายเท่านั้น มันมีชะตาแผ่นดินคุ้มครองอยู่ หากฝืนเปิดโดยใช้กำลัง จะทำให้พระราชโองการถูกทำลาย”
หลี่เต้าสัมผัสได้ถึงพลังที่อยู่บนพระราชโองการได้อย่างชัดเจน เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแคเก็บพระราชโองการไว้ในอก จากนั้นหลี่เต้าก็เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “แล้วต่อจากนี้เล่า ข้าไม่เชื่อว่าฝ่าบาทจะไม่มีการจัดเตรียมอื่น”
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวฉงก็มองออกไปนอกตำหนักเฉียนพลางพึมพำว่า “พวกเขาคงจะรับรู้ได้แล้ว และคงจะออกเดินทางกันแล้ว”
หลี่เต้าเพิ่งจะแสดงสีหน้าสงสัย ทันใดนั้นก็พลันกวาดตามองออกไปยังนอกตำหนัก จ้าวฉงมองหลี่เต้าพลางเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า “ท่านอูอันกงสังเกตเห็นแล้ว”
หลี่เต้าหันกลับมาถามว่า “ทั้งสามคนนั้นคือ…” ในการรับรู้ของเขามีกลิ่นอายอันทรงพลังสามสายปรากฏขึ้นในวังหลวงแล้ว กำลังมุ่งหน้าออกไปนอกวัง
“ผู้รับใช้ราชวงศ์น่ะ”
“ผู้รับใช้?”
“อืม” จ้าวฉงอธิบายว่า “แม้ว่าผู้คนในราชวงศ์จะมีพลังมังกรแห่งโชคชะตาของแผ