่นดินคุ้มครองตนเอง แต่เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากฝ่าบาทแล้วก็ไม่มีผู้ใดสามารถควบคุมพลังมังกรแห่งโชคชะตาของแผ่นดินได้อย่างสมบูรณ์ ได้แต่อาศัยการปกป้องแบบตั้งรับเท่านั้น ดังนั้นภายในราชวงศ์จึงต้องเลี้ยงดูคนกลุ่มหนึ่งเอาไว้โดยเฉพาะ เพื่อจัดการกับบางเรื่องหรือบางคนที่ภายนอก”
หลี่เต้าเอ่ยถาม “พวกเขาล้วนมีพละกำลังไม่อ่อนด้อย ไม่กลัวว่าจะเป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของวังหลวงหรือ”
จ้าวฉงกล่าวเบา ๆ ว่า “ผู้คนเหล่านี้ล้วนแซ่จ้าว”
แซ่จ้าว? นั่นก็แสดงว่าเป็นคนในตระกูลจ้าวด้วยกันทั้งนั้น ไม่น่าแปลกใจ หลี่เต้าถามต่อ “เช่นนั้นพวกเขาจะไป…”
“ไปหาอัครเสนาบดี” จ้าวฉงไม่ได้ปิดบังอะไร เขาตอบตามตรง
“ไปหาอัครเสนาบดี?” หลี่เต้าเอ่ยว่า “หากจะจัดการเขา ไม่ควรจัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือ เหตุใดต้องรอจนถึงตอนนี้?”
จ้าวฉงตอบ “ตามพระดำรัสของฝ่าบาท หากจัดการเขาในตอนนั้น อัครเสนาบดีย่อมต้องมีการเคลื่อนไหวที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของต้าเฉียน การปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่อีกระยะหนึ่ง ก็เพื่อให้ต้าเฉียนสามารถดูดซับพลังที่เขาทุ่มเทให้ได้อย่างมั่นคง”
“มาจนถึงตอนนี้ หากเกิดปัญหาขึ้น ความสูญเสียก็จะลดลงเหลือน้อยที่สุด”
“สรุปคือในสายตาของฝ่าบาทแล้ว การที่พระองค์ยังมีชีวิตอยู่สามารถข่มขวัญอัครเสนาบดีได้ แต่หากพระองค์ไม่อยู่แล้ว อัครเสนาบดีย่อมจะส่งผลกระทบต่อองค์รัชทายาทองค์ใหม่อย่างแน่นอน ดังนั้นตามพระบัญชาของฝ่าบาท หลังจากที่พระองค์